วิตามินที่ละลายได้ในไขมัน (fat soluble vitamin หรือ lipid soluble vitamin) เป็นวิตามินที่ไม่ละลายน้ำแต่ละลายและถูกสกัดได้โดยตัวทำละลายอินทรีย์ ร่างกายไม่สามารถสร้างวิตามิน พวกนี้ในปริมาณที่เพียงพอจึงต้องได้รับจากอาหาร การดูดซึมเหมือนของไขมันทั่วไป การขนส่งในกระแส เลือดโดยไลโปโปรตีน (lipoprotein) และโปรตีนที่จำเพาะไปยังเนื้อเยื่อส่วนต่าง ๆ และเก็บสะสมที่ตับ และเนื้อเยื่อไขมัน สุดท้ายถูกขับออกมาทางอุจจาระ การดูดซึมไขมันที่ผิดปกติเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำ ให้เกิดการขาดวิตามินเหล่านี้ได้
วิตามินที่ละลายได้ในไขมัน
1. วิตามินเอ หรือเรตินอล (retinol) เป็นสารประกอบพอลิไอโซพรีนอยด์ (polyisoprenoid compound) มี 2 ชนิด คือ เอ1 และ เอ2 โดย เอ1 พบมากในตับปลาน้ำเค็ม และ เอ2 พบมากในตับปลาน้ำจืด ส่วนพืชมีคาโรตีน (carotene) ซึ่งเป็น สารสีเหลืองและเป็นต้นกำเนิดของวิตามินเอในสัตว์ การดูดซึมของ วิตามินเอ เกิดขึ้นที่ลำไส้เช่นเดียวกับการสลาย เบตา-คาโรตีนในอาหาร
วิตามินเอ มีหน้าที่สำคัญ ได้แก่ การมองเห็น การเจริญเติบโต การเปลี่ยนสภาพของเนื้อเยื่อบุ (epithelial tissue) และ ของ เนื้อเยื่อโครงร่าง (skeletal tissue) กระบวนการสร้างอสุจิ (spermato- genesis) และการเจริญของรก ถ้าขาดวิตามินเอ ทำให้เกิดอาการเยื่อตาแห้ง (xerophthalmia) ในคนอาการเริ่ม แรกของการขาดวิตามินเอ คือ อาการตาบอดกลางคืน (night blindness) ซึ่งนิยมใช้ในการวินิจฉัยการขาดวิตามินเอ
2.วิตามินดึ เป็นอนุพันธ์ของสเตอรอยด์ มีหลายชนิดแต่ที่สำคัญ คือ ดี2 หรือเออร์โกแคลซิเฟอรอล (ergocalciferol) เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของสเตอรอลในพืช คือ เออร์โกสเตอรอล (ergosterol) เมื่อถูกแสงแดด และดี 3 หรือโคเลแคลซิเฟอรอล (cholecalciferol) พบมากในน้ำมันตับปลา เกิดจากการ เปลี่ยนแปลงของ 7-ดีไฮโดรโคเลสเตอรอล (7-dehydrocholesterol) ที่ผิวหนังของคนและสัตว์เมื่อถูกแสง แดด รูปที่มีแอกติวีตีทางชีวภาพ (biological activity) คือ 1, 25-ไดไฮดรอกซีโคเลแคลซิเฟอรอล (1, 25-dihydroxy cholecalciferol) หรือแคลซิไตรออล (calcitriol)
http://www.eeob.iastate.edu/classes/botany306/ terminology/vegetative/images/roots/taproot-carrot.jpg
http://arbl.cvmbs.colostate.edu/hbooks/pathphys/misc_topics/vitamina.gif
วิตามินดี มีหน้าที่ คือ กระตุ้นการดูดซึม Ca2+ จากลำไส้เล็กออกสู่กระแสโลหิต และกระตุ้นให้มีการปล่อย Ca2+ ออกจากกระดูก การขาดวิตามินดีหรืออนุพันธ์ของมันจะทำให้เกิดความผิดปกติของเมแทบอลิซึม ของแคลเซียม และฟอสเฟต ซึ่งมีผลต่อโครงสร้างของกระดูกและฟัน โดยในเด็กทำให้เกิดโรคกระดูกอ่อน (rickets) ส่วนผู้ใหญ่เกิดโรคกระดูกน่วม (osteomalacia)
http://arbl.cvmbs.colostate.edu/hbooks/pathphys/ endocrine/otherendo/vitd.gif
http://medicalimages.allrefer.com/large/vitamin-d-source.jpg
3. วิตามินอี หรือโทโคฟีรอล (tocopherol) เป็น 6-ไฮดรอกซีโครเมน (6-hydroxy chro- manes) หรือโทโคล (tocol) ที่มีหน่วยไอโซปรีน พบในธรรมชาติมีหลายชนิดแต่ที่สำคัญ คือ อัลฟา-โทโคฟีรอล พบทั่วไปในน้ำมันพืชโดยเฉพาะข้าวโพด ข้าวสาลี และยังพบในไขมันของสัตว์ด้วย วิตามินอีจากอาหารจะถูก ดูดซึมขณะที่ไขมันถูกย่อยแล้วจะถูกขนส่งในเลือดโดยไลโปโปรตีนไปยังตับ และต่อไปยังเนื้อเยื่อไขมันเพื่อ เก็บสะสม
เชื่อว่า วิตามินอี ทำหน้าที่เป็นตัวแอนตีออกซิแดนท์ (antioxidant) และป้องกันการสลายตัวของพันธะคู่ใน กรดไขมันไม่อิ่มตัวในฟอสโฟลิพิด ซึ่งเป็นส่วนประกอบของเมมเบรนที่สำคัญในเซลล์แต่หน้าที่ก็ยังไม่เป็น ที่ทราบแน่ชัด การขาดวิตามินอี จะแสดงอาการแตกต่างกันไปตามชนิดของสัตว์ เช่น พวกสัตว์แทะ (rodents) ทำให้เกิดเป็นหมัน (sterility) และกล้ามเนื้อไม่มีแรง (muscular weakness) หรือกล้ามเนื้อลีบ (atrophy)
http://www.biosite.dk/staabi/images/tocopherol.gif
4. วิตามินเค เป็นอนุพันธ์ของแนพโธควิโนน (naphthoquinone) ที่มีโซ่ข้างของไอโซปรีน โดยมี 3 ชนิด ได้แก่ เค1 และ เค2 และ เค3 ชนิดที่สำคัญ คือ เค1 และ เค2 โดย เค1 พบในพืช ส่วน เค2 พบในเนื้อเยื่อสัตว์และแบคทีเรียในลำไส้ ซึ่งสามารถสัง เคราะห์ขึ้นได้จึงไม่จำเป็นต้องได้รับเพิ่มเข้าไป การดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดต้องมีเกลือน้ำดีเท่านั้น และจะถูกขนส่งไปยังตับโดยระบบน้ำเหลือง และไคโลไมครอน
วิตามินเค เป็นโคแฟกเตอร์ในการสังเคราะห์โปรตีนที่เกี่ยวข้องกับการแข็งตัวของเลือด ได้แก่ ธรอมบิน (thrombin) แฟกเตอร์ VII IX และ X การขาดวิตามินเคหรือมีตัวยับยั้งแบบแข่งขัน เช่น ไดคูมารอล (dicoumarol) และวาร์ฟาริน (warfarin) ซึ่งเป็น anticoagulant ทำให้เกิดการสร้างโปรธรอมบิน (prothrombin) ที่ผิดปกติส่งผลให้เกิดภาวะเลือดไม่แข็งตัว
http://arbl.cvmbs.colostate.edu/hbooks/pathphys/misc_topics/k1.gif
http://www.nlm.nih.gov/medlineplus/ ency/images/ency/fullsize/18116.jpg
Back