สารสำคัญอื่นที่เป็นลิพิด
1. พรอสตาแกลนดิน (Prostaglandin, PG) เป็นกรดอินทรีย์ที่ละลายได้ในไขมัน ทุกชนิดเป็น อนุพันธ์ของกรดพรอสตานออิก (prostanoic acid) สังเคราะห์ขึ้นจากกรดไขมันไม่อิ่มตัวชนิดกรดอะราคิโดนิก พบครั้งแรกจากต่อมพรอสเตต (prostate gland) หรือต่อมลูกหมาก มีหน้าที่ควบคุมแอกติวีตีของเนื้อเยื่อสืบ พันธุ์เพศชาย กระตุ้นการบีบตัวของกล้ามเนื้อเรียบ ควบคุมความดันโลหิต เหนี่ยวนำให้เกิดการแข็งตัวของเลือด และควบคุมวัฎจักรการตื่นการหลับ เซลล์เกือบทุกชนิดของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม (ยกเว้นเซลล์เม็ดเลือดแดง) สามารถสร้างพรอสตาแกลนดินได้ และสารประกอบของมัน เรียกว่า ไอโคซานอยด์ (eicosanoid) ซึ่งมีคุณสมบัติ เหมือนฮอร์โมนได้
http://www.elmhurst.edu/~chm/vchembook/images/556prostaglandin.gif

2. ไลโปโปรตีน เป็นอนุภาคที่มีลิพิดเป็นแกน (core) อยู่รวมกับอะโปโปรตีน (apoprotein) ที่จำเพาะ ด้วยพันธะนอนโควาเลนท์ โดยมีลิพิดประมาณ 50-90% ประกอบด้วยฟอสโฟลิพิด ไตรเอซิลกลีเซอรอลโคเลส เตอรอล และเอสเตอร์ของมันในปริมาณต่างกัน สำหรับโปรตีนที่จำเพาะนั้นมีกรดอะมิโนชนิดนอนโพลาร์ปริมาณสูง


ไลโปโปรตีน ทำหน้าที่ขนส่งโคเลสเตอรอล ไตรเอซิลกลีเซอรอล และลิพิดชนิดอื่นๆ ในพลาสมาของเลือด จากลำไส้เล็กไปยังตับต่อไปยังเนื้อเยื่อไขมันและกล้ามเนื้อ ไลโปโปรตีนถูกสังเคราะห์ขึ้นที่ตับและลำไส้ แบ่งออกเป็น 4 ชนิดตามความหนาแน่น (density) ของมัน ได้แก่ VLDL IDL LDL และ HDL ความหนาแน่น นี้ขึ้นกับปริมาณของลิพิดที่เป็นส่วนประกอบ ถ้ามีปริมาณลิพิดสูงจะมีความหนาแน่นต่ำ

http://www.medscape.com/pi/editorial/clinupdates/2001/608/art-cu02.fig03.gif
3. ลิพิดที่เป็นเยื่อหุ้ม ได้แก่

3.1 ไมเซลล์ (Micelle) เป็นลิพิดที่คงตัวในน้ำ โดยการเอาหางไฮโดรคาร์บอนของลิพิด หันหนีจากสิ่งแวดล้อมที่เป็นน้ำสร้างส่วนไฮโดรโฟบิก (hydrophobic phase) ข้างใน และส่วนหัว ไฮโดรฟิลิกโผล่ออกสู่พื้นผิว

http://onsager.bd.psu.edu/~jircitano/micelle.jpg

3.2 มอโนแลเยอร์ (Monolayer) เกิดขึ้นจากการที่โพลาร์ลิพิดกระจายตัวอยู่บนพื้นผิวของ ตัวกลางที่เป็นน้ำ โดยสร้างเป็นชั้นหนา 1 โมเลกุล หางไฮโดรคาร์บอนของลิพิดโผล่ออกสู่อากาศ และหัวไฮโดรฟิลิกอยู่ในส่วนของน้ำ

Polar head
http://sky.bsd.uchicago.edu/lcy_ref/synap/Monolayer.GIF
3.3 ไบแลเยอร์ (Bilayer) เกิดจากฟอสโฟกลีเซอไรด์หนา 2 โมเลกุลโดยหันหางไฮโดรคาร์ บอนเข้าหากันเพื่อสร้างเป็นส่วนไฮโดรคาร์บอนที่ต่อเนื่อง และส่วนหัวไฮโดรฟิลิกจะหันออกสู่ส่วน ที่เป็นน้ำ สามารถเคลื่อนไหวได้และยอมให้น้ำผ่านเข้าออกได้ แต่ไม่ยอมให้ไอออน เช่น Na+ K+ และ Cl- ผ่านเข้าออกได้ และเป็นตัวนำ (conductor) ที่เลว แต่มีความจุและความต้านทานไฟฟ้าสูง พันธะหรือแรงในการสร้างไบแลเยอร์ ได้แก่ แรงไฮโดรโฟบิก และแรงแวนเดอร์วาลส์ ส่วนแรง ระหว่างหัวโพลาร์กับส่วนที่เป็นน้ำ ได้แก่ แรงทางไฟฟ้าและพันธะไฮโดรเจน
http://www.msad54.k12.me.us/MSAD54Pages/skow/Curr Projects/Biology/CrazyCells/Controlling/images%20controlling /bilayer.gif

3.4 เยื่อหุ้มเซลล์และเยื่อหุ้มออร์แกเนลล์ในเซลล์ ได้แก่ เยื่อหุ้มของเซลล์ ไมโทคอน เดรีย และนิวเคลียส ประกอบด้วยโพลาร์ลิพิดและโปรตีน ส่วนใหญ่เยื่อหุ้มเซลล์ของสัตว์พบลิพิดชนิด ฟอสโฟกลีเซอไรด์ สฟิงโกลิพิดส่วนน้อย ไตรเอซิลกลีเซอรอลน้อยมาก และยังพบโคเลสเตอรอล และเอสเตอร์ของมันด้วย เยื่อมีความยืดหยุ่น ยอมให้น้ำผ่านเข้าออกได้แต่ไม่ยอมให้ไอออนที่มีประจุ ผ่านเข้าออก เช่น Na+ Cl- และ H+ รวมทั้งโมเลกุลที่โพลาร์แต่ไม่มีประจุ เช่น น้ำตาลชนิดต่าง ๆ จึงต้องมีระบบขนส่งที่จำเพาะพิเศษ

http://www.ncnr.nist.gov/programs/reflect/cnbt/fig1.jpg

4. อีมัลชัน (Emulsion) เป็นอนุภาคที่มีขนาดใหญ่กว่าไมเซลล์ เกิดขึ้นเมื่อนอนโพลาร์ลิพิดถูกทำให้คงตัว อยู่ได้ในตัวกลางที่เป็นน้ำ โดยสารอีมัลซีไฟ (emulsifying agent)

http://www.basecream.de/images/emulsion.jpg
Back