พอลิแซ็กคาไรด์
พอลิแซ็กคาไรด์ (Polysaccharide) เป็นสายโซ่ยาวของมอโนแซ็กคาไรด์หลายร้อยหน่วย ซึ่งอาจ มีโครงสร้างเป็นแบบเส้น (linear) หรือเป็นโซ่กิ่ง (branched chain) ถ้าสายโซ่ประกอบด้วยมอโนแซ็กคา ไรด์ชนิดเดียว เรียกว่า โฮโมพอลิแซ็กคาไรด์ (homopolysaccharide) หรือโฮโมไกลแคน (homoglycan) เช่น แป้งและเซลลูโลส แต่ถ้าสายโซ่ ประกอบด้วยมอโนแซ็กคาไรด์ตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไป เรียกว่า เฮเตอโรพอ ลิแซ็กคาไรด์ (heteropolysaccharide) หรือ เฮเตอโรไกลแคน (heteroglycan) เช่น กรดไฮยาลูโรนิก (hyaluronic acid) พอลิแซ็กคาไรด์ไม่มีรส ไม่ละลายน้ำ และมีน้ำหนักโมเลกุลสูง
1. พอลิแซ็กคาไรด์สะสม

1.1 แป้ง พบในพืชชั้นสูง ประกอบด้วย อัลฟา-อะมีโลส และอะมีโลเพกติน (amylopectin) ในปริมาณต่างกัน โดยอัลฟา-อะมีโลส เป็นสาย D-กลูโคสต่อกันเป็นโซ่ยาวด้วยพันธะอัลฟา (1-->4) ไกลโคซิดิก โดยไม่มีการแตก กิ่ง และที่ปลายข้างหนึ่งจะเป็นปลายรีดิวซิงสามารถสร้างเป็นไมเซลล์ (micelle) กับน้ำได้ และเมื่อทำปฏิกิริยากับ สารละลายไอโอดีน (I2) จะให้สีน้ำเงิน ส่วนอะมีโลเพกติน เป็นสาย D-กลูโคสต่อกันเป็นโซ่ยาวด้วยพันธะอัลฟา (1-->4) ไกลโคซิดิก โดยมีการแตกสาขาทุก ๆ 24-30 หน่วยกลูโคส ด้วยพันธะอัลฟา (1-->6) ไกลโคซิดิก เมื่อทำปฏิกิริยากับสารละลายไอโอดีน (I2) จะให้สีม่วงถึงแดง พืชส่วนใหญ่ประกอบด้วยอะมีโลเพกตินประมาณ 75-80 %

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


 

 

 

1.2 ไกลโคเจน (animal starch) มีโครงสร้างคล้ายอะมีโลเพกตินโดยประกอบด้วย D-กลูโคส ต่อกัน ด้วยพันธะอัลฟา (1-->4) ไกลโคซิดิก แต่มีการแตกกิ่งทุกๆ 8-12 หน่วยกลูโคสด้วยพันธะอัลฟา (1-->6) ไกลโคซิดิก พบในเนื้อเยื่อสัตว์เท่านั้น โดยเฉพาะที่ตับและกล้ามเนื้อ โดยไกลโคเจนในตับเป็นแหล่งให้กลูโคส แก่เนื้อเยื่ออื่นๆ ทางกระแสเลือด ขณะที่ในกล้ามเนื้อเป็นแหล่งพลังงานสำรองสำหรับการหดตัวของกล้ามเนื้อ เมื่อไกลโคเจนทำปฏิกิริยากับสารละลาย I2 จะได้สีแดง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


1.3 เดกซแตรน (dextran) เป็นพอลิแซ็กคาไรด์สะสมในยีสต์และแบคทีเรีย ประกอบด้วยหน่วยย่อยเป็น น้ำตาลกลูโคสเท่านั้น โดยกลูโคสต่อกันด้วยพันธะอัลฟา (1-->6) และมีการแตกกิ่งด้วยพันธะอัลฟา (1-->2) พันธะอัลฟา (1-->3) หรือพันธะอัลฟา (1-->4) ขึ้นกับชนิดของสิ่งที่มีชีวิต

 

 

 

 

 

 

 

 

2. พอลิแซ็กคาไรด์โครงสร้าง

2.1 เซลลูโลส เป็นโฮโมไกลแคนแบบสายยาว ประกอบด้วยน้ำตาล D-กลูโคส ที่เชื่อมต่อกันด้วยพันธะเบตา (1-->4) ไกลโคซิดิก แต่ละเส้นวางตัวเป็นเส้นยาวเรียงขนานและเชื่อมกันด้วยพันธะไฮโดรเจน มีสมบัติไม่ละลาย น้ำ เซลลูโลสเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของผนังเซลล์ของพืช สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมไม่สามารถย่อยเซลลูโลสได้ แต่สัตว์เคี้ยวเอื้อง เช่น วัวสามารถย่อยได้เนื่องจากแบคทีเรียในรูเมน (rumen) สามารถสังเคราะห์เอนไซม์ เซลลูเลส (cellulase) เพื่อมาย่อยได้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


2.2 เพกติน (pectin) เพกตินประกอบด้วยน้ำตาลอะราบิโนส (arabinose) กาแลกโทส และกรดกาแลก ทิวโรนิก (galacturonic acid) ส่วนเฮมิเซลลูโลสเป็นโฮโมพอลิเมอร์ ของ D-ไซโลส (D-xylose) ซึ่งเชื่อมต่อ กันด้วยพันธะเบตา (1-->4) ไกลโคซิดิก มีโซ่ข้าง (side chain) ของอะราบิโนสและน้ำตาลชนิดอื่นๆ

 

 

 

 

 

 

 

 


2.3 ไคทิน (chitin) เป็นโฮโมพอลิเมอร์ของ N-อะซีติล-D กลูโคซามีน (N-acetyl-D-glucosamine) ซึ่งเชื่อมต่อกันด้วยพันธะเบตา (1-->4) ไกลโคซิดิก พบในสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง เช่น เป็นส่วนประกอบของ โครงร่างแข็งภายนอก (exoskeleton) ของแมลง และพวกปู กุ้ง นอกจากนี้ยังเป็นส่วนประกอบของผนังเซลล์ (cell wall) ของ fungi และ algae หลายชนิด

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

http://www.bmb.psu.edu/courses/bisci004a/chemtutor/polysac2.jpg
starch
http://www.uri.edu/artsci/bio/plant_anatomy/images/03.gif
http://www.bodybuilding.com/fun/glycogen.jpg
glycogen
http://www.webpathology.com/slides/slides/Glycogen-richTCC2.jpg
http://www.ehu.es/biomoleculas/HC/DEXTRAN.gif
dextran
http://elmhurst.edu/~chm/vchembook/images/547cellulose.gif
http://www.filterelement.com/Images/cellulose.gif
cellulose
http://www.biology.lsa.umich.edu/~ldnum/bio415/pectin.gif
http://www.wildheritage.com/catalog/
images/dh_apples_apple_pectin.jpg
http://www.chemb.kansai-u.ac.jp/Biofunctionalization/03-Research%20topic/031-Chitin%2FChitosan/Scheme/1-Chitin&P-chitin.gif
http://www.infocusphotos.com/gallery/Asst
/images/1Sally%20Lightfoot%20Crab.JPG
http://www.gsmfc.org/seamap/images/shrimp.jpg
Back