โอลิโกแซ็กคาไรด์
โอลิโกแซ็กคาไรด์ (Oligosaccharide) ประกอบด้วยมอโนแซ็กคาไรด์ ตั้งแต่ 2-10โมเลกุลมาเชื่อม กันด้วยพันธะไกลโคซิดิก (glycosidic bond) มีลักษณะเป็นผลึกละลายได้ในน้ำแต่ไม่ละลายในตัวทำละลาย อินทรีย์ และมีรสหวาน โอลิโกแซ็กคาไรด์มักอยู่รวมกับโปรตีนเป็นไกลโคโปรตีน และรวมกับลิพิดเป็นไกลโคลิพิด
1.ไดแซ็กคาไรด์
ประกอบด้วยมอโนแซ็กคาไรด์ 2 โมเลกุล มาเชื่อมกันด้วยพันธะไกลโคซิดิก น้ำตาลที่สำคัญ ได้แก่

1.1 มอลโทส (maltose) ประกอบด้วย D-กลูโคส 2 หน่วยเชื่อมกันด้วยพันธะอัลฟา(1-->4) ไกลโคซิดิก มีทั้งอัลฟา และเบตาคอนฟิกุเรชัน และมีอะโนเมอริก C อะตอม จึงเกิดมิวตาโรเตชันได้ และเป็นน้ำตาลรีดิวซิง มอลโทสได้จากการย่อยแป้ง (ในพืช) ด้วยเอนไซม์อะมีเลส (amylase) และจากไกลโคเจน (ในสัตว์)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


1.2 เซลโลไบโอส (cellobiose)
ประกอบด้วย D-กลูโคส 2 โมเลกุล เชื่อมกันด้วยพันธะเบตา (1-->4) ไกลโคซิดิก มีคุณสมบัติเกิดมิวตาโรเตชันได้ และเป็นน้ำตาลรีดิวซิง เซลโลไบโอสได้จากการสลายเซลลูโลส

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


1.3 แลกโทส (lactose) ประกอบด้วย D-กาแลกโทส และD-กลูโคส เชื่อมกันด้วยพันธะเบตา (1-->4) ไกลโคซิดิก เกิดปรากฏการณ์มิวตาโรเตชันได้ และเป็นน้ำตาลรีดิวซิง พบเฉพาะในน้ำนมในรูปอิสระ และ ถูกย่อยได้ด้วยเอนไซม์แลกเทส (lactase) ที่เซลล์เยื่อเมือก (mucosa cell) ของลำไส้ แลกโทสไม่ถูกดูด ซึมเข้าสู่กระแสโลหิตแต่จะถูกย่อยให้ได้มอโนแซ็กคาไรด์เสียก่อน แลกโทสถูกสังเคราะห์ขึ้นในต่อมน้ำนม ในระหว่างช่วงการหลั่งน้ำนม (lactation) เท่านั้น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


1.4 ซูโครส (cane sugar) ประกอบด้วย D-กลูโคส และ D-ฟรักโทส เชื่อมกันด้วยพันธะอัลฟา (1-->2) เบตาไกลโคซิดิก เนื่องจากไม่มีอะโนเมอริก C อะตอม ดังนั้นมันจึงไม่เกิดปรากฏการณ์มิวตาโรเตชัน และเป็นน้ำตาลนอนรีดิวซิง ซูโครสพบในรูปอิสระมากในพืชชั้นสูงและถูกย่อยด้วยเอนไซม์ซูเครส (sucrase) หรืออินเวอร์เทส (invertase) ที่ลำไส้ ได้เป็นหน่วยมอโนแซ็กคาไรด์ก่อนจึงถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสโลหิต

 

 

 

 

 

 

 

 

ความเป็นรีดิวซิงของน้ำตาล หมายถึง น้ำตาลที่มีหมู่อัลดีไฮด์หรือหมู่คีโตอิสระหรือรูปโซ่เปิดที่สามารถ เป็นตัวรีดิวซ์พวกสารอินดิเคเตอร์ซึ่งเป็นตัวออกซิไดส์ (oxidizing agent) เช่น คิวปริกไอออน (Cu2+) ไปเป็นรูปคิวปรัสไอออน (Cu+)

ความหวานของน้ำตาล น้ำตาลแต่ละชนิดมีความหวานที่ไม่เท่ากัน น้ำตาลมอโนแซ็กคาไรด์ เช่น D-ฟรักโทสหวานกว่าทั้ง D-กลูโคสและซูโครส และซูโครสเป็นไดแซ็กคาไรด์ที่หวานกว่ามอลโทสและแลกโทส สารสังเคราะห์ที่ไม่ใช่น้ำตาลแต่ให้ความหวาน คือ แซ็กคาริน (saccharin) ที่หวานกว่าซูโครส 400 เท่า และแอสพาร์แทม (aspartame) เป็นไดเพปไทด์ (dipeptide) ที่หวานกว่าซูโครสถึง 160 เท่า

 

 

 

 

 

 

 

 

 

1.5 นิวคลีโอไซด์ และไกลโคไซด์อื่น ๆ คือ สารที่ประกอบด้วยน้ำตาล 1 โมเลกุล และสารประกอบ อื่น ๆ ที่เรียกว่า อะไกลโคน (aglycones) ได้แก่ แอลกอฮอล์ เอมีน และไธออลตรงอะโนเมอริก C อะตอม ของน้ำตาล เช่น กวาโนซีน (guanosine) ซึ่งเป็นการเชื่อมกันระหว่างน้ำตาลไรโบสกับเบสเอมีนชนิดกวานีน (guanine)

 

 

 

 

 

 

 

 

2. ไตรแซ็กคาไรด์

พบเฉพาะในพืช

2.1 เมลิไซโทส (melezitose) ประกอบด้วยน้ำตาลกลูโคส ฟรักโทส และกลูโคส พบมากในพวกสน

 

 

 

 

 

 

 


2.2 ราฟฟิโนส (raffinose) ประกอบด้วยน้ำตาลฟรักโทส กลูโคส และกาแลกโทส พบมากในหัวบีท และพืชชั้นสูงหลายชนิด

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

http://elmhurst.edu/~chm/vchembook/images/546maltose.gif
http://www.guidobauersachs.de/oc/betagly.gif
http://elmhurst.edu/~chm/vchembook/images/546lactose.gif
http://elmhurst.edu/~chm/vchembook/546sucrose.html
http://elmhurst.edu/~chm/vchembook/images/549saccharin.gif
http://www.chups.jussieu.fr/polys/biochimie/RMbioch/RM_07_PICT.jpg
melezitose
http://www.serva.de/products/formulas/28550.gif
raffinose
http://class.fst.ohio-state.edu/fst605/images/Raffinose.gif
http://www.healthway.co.jp/imgs/raffinose1.jpg
Back