Solid waste

ภาควิชาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม           คณะวิทยาศาสตร์           มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์           


................

 

.........................บทที่ 1บทที่ 2บทที่ 3บทที่ 4บทที่ 5บทที่ 6บทที่ 7

 

 


            การกำจัดขยะโดยการทิ้งขยะในลักษณะเทกองเปิด (open dump) ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยรวม จึงมีการพัฒนาวิธีการเพื่อลดผลกระทบดังกล่าว ปัจจุบันใช้การฝังกลบขยะที่ถูกหลักสุขาภิบาล (sanitary landfilling) ซึ่งหมายถึงการวิธีการกำจัดขยะบนพื้นดิน โดยไม่ก่อให้เกิดเหตุรำคาญหรือส่งผลกระทบที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพอนามัยและความปลอดภัยของประชาชน อาศัยหลักการวิศวกรรมในการจำกัดขอบเขตมูลฝอยในพื้นที่ขนาดจำกัด เพื่อลดปริมาตรของขยะให้เหลือน้อยที่สุด และฝังกลบด้วยดินหรือวัสดุที่เหมาะสมหลังเสร็จสิ้นการปฏิบัติงานในแต่ละวันหรือตามระยะเวลาที่เหมาะสม


  หลุมฝังกลบขยะ

หลุมฝังกลบขยะ หมายถึง บริเวณที่เป็นที่ทิ้งเศษขยะบนพื้นดิน แบ่งได้เป็น

1.      หลุมฝังกลบขยะที่ถูกสุขลักษณะ (sanitary landfills) ควรมีลักษณะดังนี้

1) ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของมนุษย์และสัตว์ โดยไม่เป็นแหล่งอาหารหรือ
                             แหล่งเพาะพันธุ์ของสัตว์ และแมลงที่เป็นพาหะของโรค

                        2) ไม่เป็นสาเหตุให้เกิดการปนเปื้อนต่อดินและแหล่งน้ำ

                        3) ไม่เป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญ อันเนื่องมาจาก เสียง กลิ่น ควัน ผง และ
                             ฝุ่นละออง

4) ไม่ทำให้สิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรมหรือทำให้สิ่งแวดล้อมเสียหายน้อยที่สุด

2.      secure landfills เป็นหลุมฝังกลบสำหรับทิ้งขยะและของเสียอันตราย


  ขั้นตอนการทำหลุมฝังกลบ

(1)    การวางแผน (planning)

(2)    การหาพื้นที่ทำหลุมฝังกลบขยะ (siting)

(3)    การดำเนินการฝังกลบขยะ (implementation)


  ขั้นตอนการฝังกลบขยะ

(1)    การขนย้ายขยะ

(2)    วางท่อหมุนเวียนก๊าซ เมื่อฝังกลบขยะเสร็จในแต่ละชั้น

(3)    วางท่อระบายน้ำชะละลายขยะเพิ่มเติมในแต่ละชั้นที่เพิ่มขึ้น

(4)    การปิดงานฝังกลบ (closure)

(5)    การดูแลหลังจากการปิดงานฝังกลบ (post closure)

 

ภาพที่ 7-1 การดำเนินการฝังกลบขยะ (a) การขุดหลุมและการดาดพื้น (b) การฝังกลบขยะ (c)

                 ภาพตัดขวางของหลุมฝังกลบที่เสร็จแล้ว

            ที่มา: Tchobanoglous et al. (1993)


  ประเภทของหลุมฝังกลบขยะ (classification of landfills)

            ประเภทของหลุมฝังกลบขยะแบ่งตามชนิดและองค์ประกอบของขยะ เป็น 3 ประเภทดังนี้

ประเภท                                     ชนิดของขยะ

      I                                         ขยะอันตราย (hazardous waste)

      II                                        ขยะที่ระบุไว้ (designate waste)

      III                                       ขยะเทศบาล (municipal solid waste, MSW)


  ชนิดของหลุมฝังกลบขยะ

(1) หลุมฝังกลบสำหรับขยะผสมจากเทศบาล (landfills for commingled MSW)

(2) หลุมฝังกลบสำหรับขยะที่ผ่านการบด (landfills for milled solid waste)

(3) หลุมฝังกลบขยะประเภทเดียว (landfills for individual waste constituents หรือ monofill)


  วิธีการฝังกลบขยะ (landfilling methods)

            (1) วิธีฝังกลบแบบร่อง (excavated cell/ trench method)

            (2) วิธีฝังกลบแบบพื้นที่ (area method)

            (3) วิธีฝังกลบแบบบ่อ (canyon/ depression method)

 

ภาพที่ 7-2 ชนิดของการฝังกลบขยะ a) excavated cell/trench, b) area, และ c)canyon/depression

ที่มา : Tchobanoglous et al. (1993)


  ปัจจัยที่ใช้ในการพิจารณาในการฝังกลบขยะ

(1) ระยะทางการขนขยะจากที่กักเก็บมายังหลุมฝังกลบขยะ (haul distance)

(2) ข้อจำกัดของพื้นที่ตั้ง (location restrictions)

(3) พื้นที่ที่ใช้ประโยชน์ได้ (available land area)

(4) ทางเข้า-ออกพื้นที่ฝังกลบขยะ (site access)

(5) สภาพดินและลักษณะภูมิประเทศ (soil condition and topography)

            (6) กลบ ความต้องการเครื่องมือเพิ่มเติมที่จำเป็น และงานเพิ่มเติมที่จำเป็นต้องดำเนินการเพื่อ
                  ปรับสภาพพื้นที่ให้เหมาะสมกับลักษณะของการฝังกลบ

            (7) สภาพภูมิอากาศ (climatologic conditions)

            (8) คุณลักษณะของน้ำผิวดิน (surface water hydrology)

            (9) ลักษณะด้านธรณีวิทยาและ อุทกวิทยา (geologic และ hydrogeologic conditions)

(10) สภาพสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น (local environmental conditions)

 

     จากปัจจัยข้างต้น กรมควบคุมมลพิษ ได้กำหนดลักษณะพื้นที่ที่มีศักยภาพเหมาะสมในการฝังกลบขยะดังนี้

1)      ไม่ตั้งอยู่พื้นที่ลุ่มน้ำชั้นที่ 1 และชั้นที่ 2

2)      ตั้งอยู่ห่างจากแนวเขตโบราณสถานไม่น้อยกว่า  กิโลเมตร

3)       ตั้งอยู่ห่างจากแนวเขตสนามบินไม่น้อยกว่า  กิโลเมตร

4)      ควรอยู่ห่างจากบ่อน้ำดื่มหรือโรงผลิตน้ำประปาในปัจจุบันไม่น้อยกว่า  700  เมตร

5)      ควรอยู่ห่างจากแหล่งน้ำธรรมชาติ หรือพื้นที่ชุ่มน้ำไม่น้อยกว่า  300  เมตรยกเว้นแหล่งน้ำที่ตั้งอยู่
   ในสถานีฝังกลบ

6)      เป็นพื้นที่ซึ่งสภาพธรณีวิทยาหรือลักษณะใต้พื้นดินมั่นคง แข็งแรงพอที่จะรองรับมูลฝอย

7)      ควรเป็นพื้นที่ดอน ในกรณีที่เป็นพื้นที่ลุ่มที่มีโอกาสเกิดน้ำท่วมฉับพลัน หรือน้ำป่าไหลหลาก จะต้อง
   มีมาตรการป้องกันแก้ไข

8)      ควรเป็นพื้นที่ซึ่งระดับน้ำใต้ดินอยู่ลึก ในกรณีที่ระดับน้ำใต้ดินอยู่สูงจะต้องมีมาตรการป้องกันแก้ไข

9)      ควรเป็นพื้นที่ต่อเนื่องผืนเดียว และมีขนาดเพียงพอ สามารถใช้งานฝังกลบได้ไม่น้อยกว่า 20 ปี


  ก๊าซฝังกลบ (landfill gases)และน้ำชะละลายขยะ(leachate)

จุลินทรีย์ในพื้นที่ฝังกลบย่อยสลายสารอินทรีย์ในขยะ ทำให้เกิดก๊าซชนิดต่างๆ และทำให้น้ำชะขยะมีสารประกอบหลายชนิดปนเปื้อน โดยขั้นตอนการย่อยสลายของสารประกอบอินทรีย์ในขยะ ดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 การย่อยสลายอาศัยอากาศและปฏิกิริยาการเติมน้ำ(Hydrolysis/aerobic degradation)

ขั้นตอนที่ 2 ปฏิกิริยาการเติมน้ำและการหมัก (Hydrolysis and fermentation)

            ขั้นตอนที่ 3  Acetogenesis จุลินทรีย์ประเภทอะซิโตเจน (acetogen micro-organisms)

            ขั้นตอนที่ 4 Methanogenesis

            ขั้นตอนที่ 5 Oxidation 

ภาพที่ 7-3 เฟสของการเกิดก๊าซฝังกลบ I (initial adjustment), II (transition phase), III (acid

               phase), IV (methane phase), V (maturation phase)

          ที่มา: Tchobanoglous et al. (1993)


  น้ำชะขยะ (leachate)

            องค์ประกอบทางเคมีในน้ำชะขยะจะผันแปรไปตามอายุของหลุมฝังกลบขยะและช่วงเวลาของการเก็บตัวอย่าง (ในเฟสต่างๆ ที่เกิดในกระบวนการย่อยสลายเช่นช่วง acid phase หรือ methane phase) ตัวอย่างเช่นอัตราส่วน BOD5/COD เปลี่ยนแปลงตามอายุของหลุมฝังกลบขยะ ในหลุมฝังกลบขยะที่ฝังใหม่ BOD5/COD มีค่า 0.4-0.6 ในขณะที่หลุมฝังกลบขยะเก่า (mature landfill)  BOD5/COD มีค่าอยู่ในช่วง 0.05-0.8

 

ภาพที่ 7-4 ระบบการเก็บรวบรวมน้ำชะล้างขยะ

ที่มา: Tchobanoglous et al. (1993)

 

ปัจจัยที่มีผลต่อปริมาณน้ำชะขยะเกิดขึ้น ได้แก่

-          ปริมาณน้ำฝนที่ซึมผ่านวัสดุกลบผิวหน้าดิน  

-          ปริมาณความชื้นในขยะซึ่งจะแตกต่างไปตามฤดูกาล

-          ปริมาณความชื้นในวัสดุกลบผิวหน้าขยะ โดยผันแปรไปตามชนิดและแหล่งกำเนิดของวัสดุกลบผิวหน้า และฤดูกาล ซึ่งอาจคำนวณได้จากค่าความจุสนาม (field capacity, FC)


  ก๊าซฝังกลบ

            ก๊าซฝังกลบที่เกิดจากการย่อยสลายของสารประกอบอินทรีย์จะเคลื่อนที่ผ่านชั้นของขยะมูลลอยตัวไปสู่บรรยากาศโดย การแพร่ผ่านของโมเลกุล (molecular effusion) การแพร่ (diffusion) และ การพา (convection)  

(1) การแพร่ผ่านของโมเลกุล (molecular effusion) เกิดขึ้นบริเวณผิวหน้าของหลุมฝังกลบขยะที่สัมผัสกับอากาศ เมื่อบดอัดขยะแล้วแต่ยังไม่กลบผิวหน้าขยะ ก๊าซที่ผิวหน้าขยะจะถูกปลดปล่อยสู่บรรยากาศ

(2) การแพร่ (diffusion) เกิดเมื่อความเข้มข้นของก๊าซในพื้นที่ฝังกลบแตกต่างกัน ก๊าซในพื้นที่ที่มีความเข้มข้นสูง (ในกองขยะที่บดอัดแล้ว) จะเคลื่อนที่ไปยังพื้นที่ที่ความเข้มข้นของก๊าซต่ำกว่า (ในบรรยากาศ) อีกทั้งการเคลื่อนที่ของลมส่งเสริมให้ความเข้มข้นของก๊าซในพื้นที่ฝังกลบ และที่ผิวหน้ามีความแตกต่างมากขึ้น

(3) การพา (convection) เกิดขึ้นเมื่อความดันอากาศในหลุมฝังกลบและบรรยากาศแตกต่างกันก๊าซฝังกลบจะเคลื่อนที่จากพื้นที่ที่มีความดันสูงกว่าไปยังบริเวณที่มีความดันต่ำกว่า 

 

ภาพที่  7-5 การติดตั้งระบบรวบรวมก๊าซฝังกลบ

ที่มา: Tchobanoglous et al. (1993)


  ปัจจัยที่มีผลต่อการย่อยสลายขยะในพื้นที่ฝังกลบ

            (1) สภาพพื้นที่

(2) สมบัติของขยะ

(3) ปริมาณความชื้นในขยะ

(4) อุณหภูมิ

(5) ความเป็นกรด-เบส

(6) อายุของพื้นที่ฝังกลบ


 
 CopyRight @ 2004 Environmental Science Kasetsart University. All rights Reserved. :•: Contact Webmaster :  TheGarg