Urban

ภาควิชาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม           คณะวิทยาศาสตร์           มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์           


................

 

........................................................................

 

 


  การเพิ่มขึ้นของประชากรและการพัฒนาเมือง 

            ปัจจุบัน ประชากรโลกได้เพิ่มขึ้นอยู่ตลอดเวลา มีผลทำให้เกิดการขยายตัวของเมือง (urbanization) อย่างรวดเร็ว ในขณะที่เมืองขยายตัว ความต้องการในสินค้า เครื่องอุปโภคบริโภค และบริการต่าง ๆ ก็ย่อมเพิ่มขึ้นไปในทิศทางเดียวกัน การพัฒนาอุตสาหกรรม ซึ่งจำเป็นต้องอาศัย infrastructure ต่าง ๆ เช่น การสร้างถนนหนทาง สะพาน เขื่อนกั้นน้ำ โรงงาน เครื่องจัก สนามบิน ท่าเรือ ฯลฯ อันจะนำไปสู่ความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ การร่วมมือประสานงานระหว่างสังคม รวมทั้งสนองความต้องการของมนุษย์ที่เพิ่มขึ้นไม่มีวันที่สิ้นสุด

            การพัฒนาและการขยายตัวของเมือง ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอันสืบเนื่องมาจากจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วนั้น ไม่จำเป็นต้องควบคู่ขนานไปกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของมนุษย์และความสามารถในการควบคุมปริมาณของมลภาวะในสิ่งแวดล้อมลดลงจนเหลือน้อยที่สุดได้ ถึงแม้ว่าความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาการในปัจจุบันสามารถเอาชนะมลภาวะในอากาศ น้ำ โดยการทำให้อากาศและน้ำบริสุทธิ์ และปลอดภัยสำหรับมนุษย์ในการบริโภค อุปโภคได้ แต่ความสำเร็วดังกล่าวนี้ย่อมขึ้นอยู่กับระดับความสะอาดที่มนุษย์ต้องการและราคาที่เราสามารถจะจ่ายเพื่อการนี้ได้           


  ผลกระทบโดยตรงของการเปลี่ยนแปลงประชากรต่อสิ่งแวดล้อม 

  ปัญหาการเพิ่มประชากรยิ่งประชากรมีปริมาณเพิ่มขึ้นมากเท่าใด ก็ย่อมจะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงในสิ่งแวดล้อมมากขึ้นเท่านั้น รวมทั้งทรัพยากรธรรมชาติลดน้อยลงทุกที และยังควบคู่ไปกับการที่สิ่งแวดล้อมถูกทำลายเพิ่มขึ้นอีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้น ขณะที่ประเทศที่กำลังพัฒนา ได้พยายามที่จะพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ รวมทั้งการเคลื่อนย้ายของประชากรที่เข้ามาอยู่กันอย่างหนาแน่นในเขตเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมืองใหญ่ เช่น กรุงเทพฯ การขยายตัวของอุตสาหกรรม ย่อมนำมาซึ่งปัญหาการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งทำให้เกิดปัญหาต่างๆ ขึ้นมากมาย เช่น  

            1. มลพิษทางน้ำและการขาดแคลนน้ำ (Water pollution and shortages)

มนุษย์จำเป็นต้องอาศัยน้ำ สำหรับบริโภคและเพื่อทำความสะอาด และขจัดของเสียในร่างกาย สำหรับในเขตชนบทประชากรจำเป็นต้องใช้น้ำในปริมาณที่มากพอที่จะทำการเพาะปลูก การเก็บเกี่ยวและความพยายามที่จะให้มีการปลูกพืชหลายฤดูกาล ดังนั้นเขื่อนกั้นน้ำจำเป็นที่จะต้องเก็บกักน้ำในปริมาณที่สูงมากเมื่อเปรียบเทียบกับความต้องการด้านอื่นๆ และในเขตเมือง ประชากรที่อาศัยอย่างหนาแน่น รวมทั้งในโรงงานอุตสาหกรรม จำเป็นต้องใช้น้ำในปริมาณที่สูงเกินกว่าความสามารถที่จะจัดหาน้ำสะอาดมาจ่ายให้ได้ ดังนั้นการขาดแคลนในปริมาณของน้ำ และการที่ระบบการจัดหาน้ำสะอาดไม่สามารถเอื้ออำนวยได้ ก่อให้เกิดปัญหาการใช้น้ำที่ไม่สะอาดหรือปลอดภัยต่อสุขภาพอนามัย ปัญหาการขาดแคลนน้ำยังมีสาเหตุมาจากการที่น้ำในแม่น้ำ ลำคลองเน่าเสีย อันเนื่องมาจากการกำจัดของเสียที่ไม่ถูกสุขลักษณะจากอาคาร บ้านเรือน และโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งสืบเนื่องมาจากประชากรที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วและกิจกรรมด้านโรงงานต่าง ๆ ที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง 

 

รูปที่ 5-1 แหล่งกักเก็บน้ำ (เขื่อนศรีนครินทร์) 

            2. ขยะ ของเสียและการกำจัด (Production of refuse and other solid wastes  and
                 disposal)

เมืองใหญ่ ๆ จะประสบปัญหาในการเก็บรวบรวมและกำจัดขยะในแต่ละวัน การมีอุปกรณ์เครื่องใช้ต่าง ๆ ในการเก็บรวบรวมและการกำจัดที่ไม่เพียงพอ จึงนำมาซึ่งการตกค้างของขยะตามแหล่งต่าง ๆ ซึ่งจะกลายเป็นแหล่งเพาะแมลงและสัตว์นำโรคต่าง ๆ เช่น หนู แมลงวัน ซึ่งจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพอนามัย นอกจากนี้ยังทำให้เกิดกลิ่นรบกวนและสภาพที่ไม่น่าดูอีกด้วย           

 

รูปที่ 5-2 การจัดการขยะ 

            3. ความต้องการด้านอุตสาหกรรมพื้นฐาน (Need for infrastructure)

การที่จำนวนประชากรเพิ่มมากขึ้น ทำให้มีความจำเป็นที่จะต้องมีการพัฒนาอุตสาหกรรมเพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของคนให้สูงขึ้น แต่การพัฒนาอุตสาหกรรม ย่อมตามมาด้วยการทำลายสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติ และทำให้เกิดสิ่งแวดล้อมเป็นพิษ อุตสาหกรรมจะต้องยอมรับในความรับผิดชอบที่มีต่อสังคม เพื่อที่จะลดการทำลายสิ่งแวดล้อมให้เป็นสิ่งแวดล้อมให้เป็นพิษน้อยที่สุดเท่าที่จะกระทำได้           


  ผลกระทบทางอ้อมของการเปลี่ยนแปลงประชากรที่มีต่อสิ่งแวดล้อม 

1. การจัดหาที่อยู่อาศัย

การที่ประชากรเพิ่มขึ้น ก็ย่อมมีความต้องการที่อยู่อาศัยมากขึ้นด้วย ความต้องการในวัสดุก่อสร้าง ซึ่งได้แก่ ไม้ ซีเมนต์ กรวดทราย ฯลฯ ก็ย่อมเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ ซึ่งจำเป็นต้องทำลายทรัพยากรธรรมชาติ เช่น ป่าไม้ กรวดทรายจากแม่น้ำ ทำให้ตลิ่งและร่องน้ำเปลี่ยนแปลงไป นอกจากนั้น การเปิดพื้นที่เพื่อการอยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก ย่อมหมายถึงการลดพื้นที่เพาะปลูก ป่าไม้ ทุ่งหญ้า แหล่งแร่ ลงไปทุกที  

2. ความต้องการเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม

ยิ่งประชากรมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเท่าใด ความต้องการเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม ก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น อุตสาหกรรมสิ่งทอ ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าเป็นปัจจัยสำคัญในการทำให้เกิดภาวะน้ำเสีย เนื่องจากกระบวนการในการย้อมสี ผอกสี การซักล้าง และกรรมวิธีอื่น ๆ เป็นต้น           

3. การเพิ่มผลผลิตการเกษตร

เนื่องจากจำนวนประชากรเพิ่มมากขึ้น ทำให้พื้นที่ทำการเกษตรต่อประชากรลดน้อยลง จึงจำเป็นที่จะต้องเพิ่มผลผลิตให้เพียงพอกับจำนวนประชากรโดยการเพิ่มผลผลิตต่อไร่ หรือการผลิตหลาย ๆ ครั้งในรอบปี ต้องมีการใช้ปุ๋ย ยาฆ่าแมลงและสารเคมีอื่น ๆ ทำให้เกิดสภาวะดินเป็นพิษอีกด้วย นอกจากนั้นการเร่งผลผลิตทางการเกษตรยังมีผลทำให้ลดปริมาณพื้นที่ที่เป็นป่าไม้ซึ่งส่งผลถึงความสามารถของดินที่จะกักเก็บรักษาน้ำและโคลนตมไว้ได้ตามธรรมชาติ 

4. การเพิ่มในความต้องการพลังงานและการคมนาคม

การผลิตกระแสไฟฟ้าจำเป็นต้องอาศัยพลังงานความร้อนจากการสันดาป และพลังงานเครื่องจักรกลในการหมุนระหัดน้ำ การเผาไม้ของเชื้อเพลิงย่อมก่อให้เกิดมลภาวะในอากาศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเชื้อเพลิงนั้นมีส่วนผสมของซัลเฟอร์  

          

รูปที่ 5-3 มลพิษทางอากาศที่เกิดจากปัญหาการจราจร 

การคมนาคมและขนส่งที่ทันสมัยในกาลปัจจุบันแทบทั้งหมดจะใช้เครื่องจักที่มีการสันดาปภายใน (internal combustion engine) ซึ่งทำให้เกิดคาร์บอนมอนอกไซด์ ไฮโดรคาร์บอน ไนโตรเจนออกไซด์ และซัลเฟอร์ออกไซด์ แก๊สเหล่านี้ก่อให้เกิดมลภาวะในอากาศทั้งสิ้น  


  ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมต่อสุขภาพอนามัย 

              เมื่อร่างกายมนุษย์สัมผัสกับสารพิษซึ่งเจือปนอยู่ในสิ่งแวดล้อม ผลที่เกิดขึ้นจะมีได้ 3 ทางคือ

1.       ร่างกายสามารถปรับตัวเองได้

2.       เกิดการเจ็บป่วยเพิ่มมากขึ้น และ

3.       เกิดการตายเนื่องจากสารพิษมากขึ้น

มลภาวะในอากาศ น้ำ ดิน อาหาร ซึ่งคุกคามต่อวิถีชีวิตของมนุษย์มักจะเกิดในเขตเมืองใหญ่ ซึ่งมีประชากรอยู่กันอย่างหนาแน่น และมักจะมีความเครียดหรือความกดดันทั้งทางร่างกายและสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งความแออัดยัดเยียด เสียงอึกทึก กัมมันตภาพรังสี อุบัติเหตุ การเสี่ยงภัยอันเกิดจากอาชีพ และปัญหาสุขภาพจิต ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยทางสังคมซึ่งสิ่งแวดล้อมเป็นผู้กำหนด 

ผลกระทบของมลภาวะในสิ่งแวดล้อมต่อสุขภาพอนามัย จะเห็นได้ชัดในประชากรวัยเด็ก เพราะเด็กเป็นผู้ที่มีความรู้สึกไวและเสี่ยงต่อสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง มีผู้ศึกษาพบว่าหลังจากที่ได้ย้ายเด็กจากแหล่งที่มีสิ่งแวดล้อมเต็มไปด้วยควันต่าง ๆ ไปยังแหล่งที่มีอากาศบริสุทธิ์ ฮีโมโกลบินจะเพิ่มสูงขึ้นเป็นอันมากตรงกันข้ามเมื่อนำเด็กกลับไปยังแหล่งเดิมที่เต็มไปด้วยควัน ปริมาณฮีโมโกลบินจะลงต่ำลงอยู่ในระดับเดิมอีกครั้งหนึ่ง 


  สภาพปัจจุบัน 

  1. ปัญหาสุขภาพที่เกิดขึ้นจากสิ่งแวดล้อม ซึ่งแบ่งออกได้เป็น

§         ผลกระทบทางสรีรวิทยา

§         ผลกระทบทางด้านจิตใจ

  1. ปัญหาสุขภาพที่เกิดขึ้นจากสิ่งแวดล้อมในเมือง รวมทั้งสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหา คือ

§         ปัญหาเรื่องน้ำ ได้แก่    เชื้อโรค เช่น บัคเตรี พยาธิ ไวรัส และสารอินทรีย์อื่น ๆ สารเคมี ได้แก่ สารโลหะหนัก เช่น ตะกั่ว สารฆ่าแมลงและวัชพืช 

 

รูปที่ 5-4 การปล่อยน้ำเสียลงสู่แหล่งน้ำ 

§         ปัญหาอาหาร ยา และเครื่องสำอาง ได้แก่ สารพิษเจือปนในอากาศ ภาชนะบรรจุอาหาร  ความสะอาดในการปรุงอาหาร

§         ปัญหาการควบคุมมลพิษทางอากาศ อาจเนื่องมากจาก การจราจร โรงงานบุหรี่  กลิ่นต่างๆ เช่น กลิ่นควันบุหรี่ กลิ่นจากขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล 

 

รูปที่ 5-5 มลพิษทางอากาศที่ปล่อยจากโรงงานอุตสาหกรรม 

§         ปัญหาเบ็ดเตล็ด ได้แก่ สัตว์เลี้ยงและแมลงที่นำเชื้อโรค ยุงนำเชื้อมาลาเรีย ป้ายโฆษณาลามกอนาจาร จราจรติดขัด หรืออุบัติเหตุ ทำให้เกิดการตาย เกิดความพิการ เป็นต้น 

 

รูปที่ 5-6  สภาพการจราจรในกรุงเทพมหานคร
 


  แนวทางในในการแก้ไขปัญหาที่เหมาะสม 

              การแก้ไขปัญหาดังกล่าว ควรรวมถึงการวางมาตรฐานคุณภาพสิ่งแวดล้อม ซึ่งจำเป็นในแต่ละท้องที่ เช่น คุณภาพของน้ำ คุณภาพของอากาศ อาหารและยาเป็นเรื่องที่จะต้องใช้มาตรฐานที่กำหนดโดยรัฐบาลได้ นอกจากนี้ยังทำหน้าที่เป็นผู้ประสาน  งานในการควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการศึกษาและเสนอแนะเทคโนโลยีที่ใช้ในการกำจัดของเสียแต่ละประเภท               


  แนวทางการพัฒนาเพื่อมิให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพของประชาชน อาจทำได้ 2 ระยะ คือ  

1. แนวทางการพัฒนาระยะสั้น

§         ควรมีการประชาสัมพันธ์ให้บุคคลทั่วไปได้ทราบถึงปัญหามลภาวะที่มีต่อสุขภาพ รวมทั้งหน้าที่และความรับผิดชอบของแต่ละบุคคล เพื่อประโยชน์ต่อส่วนรวม

§         เพิ่มความเข้มงวดในกฎข้อบังคับต่าง ไ ที่มีอยู่แล้ว

§         แก้ไขปัญหามลภาวะในแม่น้ำ ลำคลอง เพื่อให้เป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับการพัฒนาเมืองหลัก ซึ่งเทคโนโลยีในการนี้จะต้องเหมาะสมต่อสภาพเศรษฐกิจสังคม รวมทั้งในด้านความสวยงานและประโยชน์อย่างอื่น ๆ                       

2. การพัฒนาในระยะยาว

§         ให้การศึกษานอกระบบเกี่ยวกับการักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ได้แก่ เยาวชนและประชาชนทั่วไป เพื่อให้มีเจตคติและค่านิยมที่ดีถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อมที่มีต่อสุขภาพของประชาชน  หาทางและมาตรฐานการป้องันมิให้มีมลภาวะของแหล่งน้ำเหล่านั้น และหาเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาช่วยแก้ไขปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นอนาคต

§         เพิ่มกฎหมายและข้อบังคับที่เหมาะสมให้รัดกุมยิ่งขึ้น เพื่อรักษาคุณภาพของสิ่งแวดล้อมและให้เจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมปฏิบัติตามโดยเคร่งครัด

§         พัฒนาแหล่งน้ำธรรมชาติ เช่น คูเมือง แม่น้ำ ลำคลอง ฯลฯ โดยการหาข้อมูลของการเจือปนสารพิษต่าง ๆ และเชื้อโรค


 
 CopyRight @ 2004 Environmental Science Kasetsart University. All rights Reserved. :•: Contact Webmaster :  TheGarg