Urban

ภาควิชาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม           คณะวิทยาศาสตร์           มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์           


................

 

........................................................................

 

 


                   ชีวิตแบบเมืองเป็นลักษณะสำคัญของมนุษย์ในยุคปัจจุบัน ซึ่งอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี มีการพัฒนาในระดับสูง ความจริงนี้เห็นได้ชัดเจนในประเทศอุตสาหกรรม ซึ่งประชากรส่วนใหญ่กว่า 70 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป จะตั้งถิ่นฐานอยู่ในเขตเมือง ตัวกระตุ้นสำคัญที่ทำให้เกิดเมืองขึ้นทั่วไปในประเทศก็คือ การพัฒนาอุตสาหกรรม โรงงานจำเป็นต้องตั้งอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับชุมชน เพื่อความสะดวกในการจ้างคนงาน เมื่อมีโรงงานเกิดขึ้นมาชุมชนนั้น ก็จะขยายตัวกลายเป็นเมืองอย่างแท้จริง ประชากรของเมืองจะเพิ่มขึ้นและเมืองจะขยายใหญ่ออกไปอีกพร้อมทั้งปัญหานานาประการเกี่ยวกับการสนองความต้องการของคนที่อาศัยอยู่ในเมืองนั้น

            ในฐานะที่กรุงเทพฯเป็นศูนย์กลางการพาณิชย์และการปกครองของประเทศ ซึ่งได้ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ทำเลที่ตั้งของกรุงเทพฯ ซึ่งสะดวกในการติดต่อกับส่วนต่าง ๆ ของประเทศและความสำคัญของกรุงเทพฯ ในฐานะเป็นนครหลวง ทำให้กรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางโดยธรรมชาติของประเทศไทย และได้ขยายตัวออกไปอย่างไม่หยุดยั้ง โดยเฉพาะหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 จนกระทั้งในปัจจุบัน ประชากรได้เพิ่มขึ้นมากกว่า 4 ล้านคนแล้ว 

 

รูปที่ 4-1 แสดงลักษณะการขยายตัวของเมืองในกรุงเทพมหานคร           

  เปรียบเทียบการขยายตัวของเมืองในประเทศตะวันตก และในประเทศกำลังพัฒนาซึ่งรวมไทยเราด้วยแล้ว จะเห็นได้ว่าในประเทศตะวันตก เมืองส่วนใหญ่เกิดขึ้นและขยายตัวออกไป เพราะอุตสาหกรรมเป็นตัวกระตุ้น ในประเทศกำลังพัฒนาตัวกระตุ้นสำคัญ คือ การขยายตัวทางการค้างและการขยายบทบาทหน้าที่ของรัฐบาล          ผลของการพัฒนาอุตสาหกรรมทำให้ประชากรส่วนใหญ่ในประเทศตะวันตกตั้งถิ่นฐานอยู่ในเขตเมือง เมืองจะเกิดขึ้นกระจายทั่วไปภายในประเทศ ตรงกันข้ามกับประเทศกำลังพัฒนาซึ่งประชากรส่วนน้อยเท่านั้นอยู่ในเขตเมือง และทั้งประเทศจะมีเมืองใหญ่จริง ๆ อยู่ไม่กี่เมือง ชุมชนส่วนใหญ่ไม่สามารถกลายเป็นเมืองอย่างแท้จริงได้ เพราะไม่มีการพัฒนาอุตสาหกรรมสมัยใหม่ ซึ่งจะเป็นแหล่งงานสำหรับคนส่วนมากที่มาอยู่รวมกัน ชุมชนบางแห่งที่เป็นจุดศูนย์กลางจริง ๆ เช่น กรุงเทพฯ เท่านั้น จึงจะสามารถขยายกลายเป็นเมืองอย่างแท้จริง  

ขอบข่ายอิทธิพลของกรุงเทพฯ ทั้งในทางเศรษฐกิจและการเมืองขยายไปทั่วประเทศ พื้นฐานทางเศรษฐกิจของกรุงเทพฯ ก็คือเศรษฐกิจของประเทศไทยทั้งหมด กรุงเทพฯ ทำหน้าที่เป็นพ่อค้าคนกลางของคนไทย ทั้งประเทศในฐานะเป็นผู้ผลิตและผู้บริโภค นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์กลางที่ตั้งหน่วยราชการทั้งหมดด้วย เหตุนี้กรุงเทพฯ จึงได้ขยายออกไปอย่างรวดเร็ว ทั้งในทางพื้นที่และจำนวนประชากร เทียบกับเชียงใหม่ซึ่งเป็นเมืองอันดับ 2 มีประชากรประมาณ 100,000 คนแล้ว จะเห็นว่ากรุงเทพฯ ใหญ่กว่าถึง 40 เท่า 

  ปัญหาต่าง ๆ ภายในกรุงเทพฯ ก็ยิ่งจะมีเพิ่มขึ้น และเป็นการเพิ่มภาระแก่คนทั้งประเทศ เพราทรัพยากรของประเทศจะต้องถูกนำมาใช้แก้ปัญหาภายในกรุงเทพฯ มากขึ้น แทนที่จะถูกนำไปใช้เพื่อพัฒนาส่วนอื่น ๆ ของประเทศ ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นจากการขยายตัวของกรุงเทพฯ มีด้วยกันหลายปัญหา  เช่น 

  1. ปัญหาการแผ่ขยายเขตเมืองอย่างไม่มีระเบียบและปราศจากแผนควบคุม(Urban Suprawl)

ปัจจุบันนี้กรุงเทพฯ ได้แผ่ขยายออกไปรอบด้านในทางพื้นที่ การแผ่ขยายนี้เป็นไปโดยปราศจากแผนควบคุม ลักษณะของเมืองที่เกิดขึ้นจึงดูไม่เป็นระเบียบ เช่น ไม่มีการแบ่งแยกระหว่างเขตหรือ Zone ต่าง ๆ อย่างชัดเจน การใช้ที่ดินเป็นไปตามความพอใจของเจ้าของ ไม่มีแหล่งธุรกิจการค้า ซึ่งถือว่าเป็นศูนย์กลางของเมือง หรือ Downtown เห็นได้ชัดเจน แต่อยู่กระจัดกระจายในย่านต่าง ๆ ทั่วไป แบบอย่างการตัดถนนเป็นไปโดยความบังเอิญไม่ได้มีการวางแผนตามหลักวิชาผังเมืองแต่อย่างใด การขยายเขตเมืองออกไปเป็นไปโดยไม่คำนึงถึงการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ดินอย่างเต็มที่

 

รูปที่ 4-2 การขยายตัวของเมือง 

  1. ปัญหาที่อยู่อาศัย

ปัญหาอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดจากการที่ประชากรในกรุงเทพฯ เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว คือการขาดแคลนที่อยู่อาศัยและการขยายบริเวณที่ถือได้ว่าเป็นแหล่งทรุดโทรม ราคาที่ดินและอุปกรณ์การก่อสร้างที่สูงขึ้น ทำให้การสร้างบ้านเรือนไม่พอกับความต้องการ ในกรุงเทพฯ จะพบชุมชนทรุดโทรมอยู่ทั่วไป ทั้งในศูนย์กลางเมือง ใกล้เคียงกับศูนย์กลางและบริเวณชานเมือง ลักษณะชุมชนเหล่านี้เห็นได้ง่ายจากภายนอก เช่นบ้านเรือนปลูกสร้างอย่างง่าย ๆ และอยู่ติดกันอย่างหนาแน่นแออัดไปด้วยผู้คนพื้นที่ดินมักจะไม่มีการถม ทำให้บริเวณชุมชนเป็นแหล่งกักน้ำโสโครกจากบ้านเรือนและการคมนาคมภายในชุมชนใช้แผ่นไม้ทำเป็นยกพื้นสำหรับเดิน  

 

รูปที่ 4-3 สภาพของชุมชนแออัด 

  1. ปัญหาเกี่ยวกับความเสื่อมโทรมทางจิตใจและความเหลื่อมล้ำในสังคม

เมืองโดยเฉพาะเมืองใหญ่ เช่น กรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางรับความคิด คุณค่า (Values) และประเพณีต่าง ๆ จากตะวันตก อิทธิพลจากตะวันตกได้ก่อนให้เกิดความเปลี่ยนแปลงสำคัญในสังคมไทยทั้งในด้านความเจริญและความเสื่อม การเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดคือความเจริญทางวัตถุได้เกิดขึ้นโดยเฉพาะในเมืองและคนส่วนหนึ่งได้รับประโยชน์เต็มที่จากความเจริญนี้ในขณะที่คนส่วนใหญ่ทั้งในเมืองและชนบทยังอยู่ในสภาพยากจนและระดับศีลธรรมของคนทั่วไปได้ลดลงอย่างน่าตกใจ การรับความคิด คุณค่า และแบบอย่างการใช้ชีวิตแบบตะวันตกมักจะเป็นไปอย่างผิวเผิน รับแต่เพียงเปลือกนอก หรือรับเข้าไว้แต่บางด้าน ซึ่งเห็นได้ง่าย คุณค่าของตะวันตกบางอย่างที่แพร่หลายเข้ามาในสังคมไทย เช่น วัตถุนิยม ความรุนแรง การถือตนเป็นใหญ่ (individualism) อำนาจนิยม ทุนนิยม เงินตรานิยม ฯลฯ ได้ก่อให้เกิดปัญหาต่าง ๆ มากมาย โดยเฉพาะในสังคมกรุงเทพฯ คนมุ่งหน้าหาแต่ความสุขทางวัตถุ กลายเป็นทาสของวัตถุ คนหลงใหลความโอ่อ่า ฟุ่มเฟือย มีการใช้จ่ายเงินอย่างสุลุ่ยสุร่ายเพื่อหาความสุขเฉพาะหน้าหรือเพื่อโอ้อวดแสดงฐานะของตน ความยั่วยวนต่าง ๆ มีมากมาย ทำให้ความสามารถในการควยคุมบังคับใจตนเองของบุคคลต้องต่ำลง ตนคิดถึงแต่ประโยชน์ของตนเองเป็นใหญ่ ขาดความอดทนหรือความยับยั้งชั่งใจในการกระทำสิ่งต่าง ๆ กฎหมาย ศีลธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของชาติ แต่โบราณมาไม่มีความหมายสำหรับคนจำนวนมาก คนเหล่านี้พร้อมที่จะละเมิดกฎเกณฑ์ของสังคมทุกอย่าง หรือแม้แต่ใช้ความรุนแรงเพื่อประโยชน์ส่วนตัว 

  1. เศรษฐกิจและสภาพแวดล้อมในกรุงเทพมหานคร

ปัจจุบันกรุงเทพฯ เป็นเมืองหลวงที่มีความเจริญทางเศรษฐกิจสูงเมื่อเกิดปัญหาของสภาวะแวดล้อมขึ้น คนทั่วไปมักจะกล่าวว่า สภาวะแวดล้อมเป็นพิษเกิดขึ้นจากความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ซึ่งถ้าเรามองปัญหาโดยละเอียดแล้ว จะเห็นว่าความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจเกิดขึ้นจากการลงทุนและพัฒนาภายในประเทศ ดังนั้นการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจไม่จำเป็นที่จะต้องเกิดสภาวะแวดล้อมเป็นพิษ ถ้าตราบใดที่มีการควบคุมสภาวะแวดล้อมให้อยู่ในระดับที่ได้มาตรฐาน ปลอดภัยกับชีวิตมนุษย์

  1. ปัญหาการจราจรในกรุงเทพฯ

ปัญหาของการจราจรจะก่อให้เกิดปัญหาอากาศเป็นพิษเมื่อจำนวนรถยนต์ที่เคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน มีมากกว่า  2,500 คันต่อชั่วโมง (หรือ 208 คัน ต่อ 5 วินาที) จากการวิจัยพบว่าในบางจุดจำนวนรถยนต์ที่เคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน มีมากกว่า 208 คัน ต่อ 5 วินาที ดังนั้น การควบคุมสภาพอากาศเสียในกรุงเทพมหานคร สามารทำได้โดยการลดจำนวนรถยนต์ในถนนให้ลดน้อยลง 

 

 

รูปที่ 4-4 สภาพปัญหาการจราจรติดขัดในกรุงเทพมหานคร 

  1. ปัญหาการมีผังเมืองที่มีประสิทธิภาพ

การมีผังเมืองที่มีประสิทธิภาพจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในทางเศรษฐกิจได้มาก เช่น ถ้าโรงงานอุตสาหกรรมอยู่ในบริเวณที่เป็นเขตของอุตสาหกรรม (Industry complex) ย่อมจะประหยัดค่าขนส่ง เพราะสินค้าสำเร็จรูปสามารถส่งได้โดยการคมนาคมที่สะดวกทั้งทางบกและทางน้ำ ขณะเดียวกัน ปัญหาของเสียง และอากาศเป็นพิษก็ง่ายต่อการควบคุม ปัญหาสภาวะแวดล้อมก็จะสามารถควบคุมได้ ให้อยู่ในระดับมาตรฐานที่ต้องการ 

  1. ปัญหาการควบคุมมาตรฐานของโรงงานอุตสาหกรรม

กรุงเทพมหานครมีโรงงานอุตสาหกรรมหลายประเภท ซึ่งอุตสาหกรรมบางประเภทอาจจะมีผลต่อสุขภาพของประชาชน ดังนั้น รัฐบาลควรจะมีกฎหมายที่กำหนดระดับที่เป็นอันตราย เนื่องจากควัน ฝุ่น หรือน้ำเสียควรให้โรงงานนั้นจัดตั้งระบบกำจัดของเสียเหล่านี้ ให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัยก่อนที่จะปล่อยออกไปจากโรงงาน 

 

รูปที่ 4-5 มลพิษทางอากาศที่เกิดจากโรงงานอุตสาหกรรม


 
 CopyRight @ 2004 Environmental Science Kasetsart University. All rights Reserved. :•: Contact Webmaster :  TheGarg