Urban

ภาควิชาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม           คณะวิทยาศาสตร์           มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์           


................

 

........................................................................

 

 


              เมืองจะมีลักษณะเฉพาะตัวขึ้นอยู่กับการก่อกำเนิดและวิวัฒนาการ โดยอาศัยปัจจัยชี้นำในการตั้งถิ่นฐานคือ ปัจจัยด้านเชื้อชาติเผ่าพันธุ์ ด้านภูมิศาสตร์ และด้านเศรษฐกิจ รูปแบบของเมืองที่ก่อกำเนิดขึ้นสามารถจำแนกได้เป็น เมืองทางประวัติศาสตร์ เมืองในกำแพง เมืองหน้าด่าน เมืองแม่ เมืองบริวาร และเมืองอุตสาหกรรม แต่โดยทั่วไปแล้วพื้นที่หลักของเมืองจะมีความคล้ายคลึงกันคือ จะมีพื้นที่หลักดังนี้ พื้นที่ศูนย์กลางของเมือง (town center) พื้นที่สัญลักษณ์เมือง (landmark) แกนหลักของเมือง (town axis) ประตูเมือง (town gate) 

            จากทฤษฎีและแนวความคิดเกี่ยวกับกระบวนการเกิดเป็นเมือง ตลอดจนเทคนิคการวิเคราะห์ตามรูปแบบต่าง ๆ ที่ได้กล่าวมาแล้วนั้น อาจจะสรุปได้ในประเด็นที่สำคัญดังต่อไปนี้ 

  1. กระบวนการเกิดเป็นเมืองมีความเกี่ยวข้องกับการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากร รวมทั้งกาเปลี่ยนแปลงรูปการจิตสำนึกของผู้คนแบบชุมชนเมือง และการเปลี่ยนแปลงวิถีการผลิตแบบสังคมเกษตรกรรม (agriculture) ไปสู่ภาคอุตสาหกรรม (industry) และภาคการค้าลาบริการ (tertiary)
  2. วิวัฒนาการของเมือง มีความเกี่ยวข้องกับวิวัฒนาการทางสังคมและการเมือง โดยเฉพาะรูปแบบของชุมชนเมืองมีความสอดคล้องกับลักษณะความสัมพันธ์ทางการผลิตแต่ละสังคมในยุคหนี่ง ๆ นับตั้งแต่ยุคทาส ยุคศักดินา และยุคอุตสาหกรรมทุนนิยม
  3. ชุมชนเมือง ย่อมประกอบด้วยปัจจัยที่สำคัญ ได้แก่ สภาพของธรรมชาติ คน สังคม โครงสร้างทางกายภาพ ตลอดจนวงจรที่มีความสัมพันธ์กันอย่างเป็นระบบ และมิอาจพิจารณาแยกอิสระจากกันได้
  4. ปัจจัยการเปลี่ยนแปลงของเมือง การเกิดเป็นชุมชนเมือง และการขยายตัวของชุมชนเมืองอาจจะมาจากปัจจัยภายในเมือง และปัจจัยภายนอกที่เข้ามามีอิทธิพลเหนี่ยวนำเช่น ความสะดวกรวดเร็วของเส้นทางคมนาคม แผนการพัฒนาของรัฐบาล อำนาจและอิทธิพลของเมืองใหญ่ที่ส่งผลครอบงำเมืองเล็ก ระบบการแบ่งงานกันทำระหว่างเมือง

              ปัจจุบันนี้ แนวความคิดเป็นการพัฒนาเมืองได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมที่มุ่งเน้นการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ ตลอดจนความเจริญทางด้านวัตถุมาเป็นการให้ความสนใจต่อความเป็นอยู่ของผู้คน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับคุณภาพชีวิต การลดช่องว่างของฐานของคนในสังคม ตลอดจนการมุ่งรักษาไว้ซึ่งทรัพยากรธรรมชาติและสภาพแวดล้อมที่ดี ซึ่งในประเทศที่กำลังพัฒนาทั้งหลายนั้นภารกิจที่สำคัญในการบริหารการพัฒนาเมือง คือ การแก้ไขช่องว่างที่เกิดขึ้นระหว่างเอกนคร (primate city) ที่เป็นมหานครใหญ่กับเมืองอื่น ๆ ลำดับรองลงไปจนถึงระดับหมู่บ้าน ซึ่งมีความแตกต่างกันมากทั้งในด้านเศรษฐกิจ สิ่งอำนวยความสะดวก การปกครอง ฯลฯ และก่อให้เกิดปัญหาที่ตามากมากมาย เช่น การอพยพเคลื่อนย้าย (migration) ของคนชนบทเข้ามายังมหานคร ปัญหาสภาพแวดล้อมของมหานคร ตลอดจนปัญหาความยากจนของคนจนเมือง เป็นต้น

            ความต้องการทางด้านข้อมูลและความพอเพียงของข้อมูลเป็นปัญหาทางเทคนิคประการหนึ่ง ที่นักวางแผนมักจะประสบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการรวบรวมข้อมูลสถิติทั้งหลาย ซึ่งในกรณีของประเทศไทยและประเทศที่กำลังพัฒนาทั้งหลาย มิได้มีการจัดระบบข้อมูลสถิติให้สอดคล้องกับทฤษฎีแนวความคิดและเทคนิคการวิเคราะห์ต่าง ๆ ที่เป็นผลผลิตของสังคมประเทศตะวันตก จึงทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับความไม่สมบูรณ์ของข้อมูลขึ้นมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้น การใช้ทฤษฎีแนวความคิดและเทคนิคทั้งหลายจึงต้องขึ้นอยู่กับความพร้อมเพรียงของข้อมูล แต่ความพร้อมเพรียงของข้อมูลเองก็อาจจะมิได้รับการประเมินอย่างมีความหมาย โดยปราศจากการพิจารณาประเภทของข้อมูลที่จำเป็นต้องใช้ และนำไปสู่การพิจารณาลักษณะสำคัญ 2 ประการ ชองความพร้อมเพรียงของข้อมูลสถิติ คือ การรวบรวมข้อมูลใหม่ประการหนึ่ง และการใช้ข้อมูลที่มีอยู่แล้วอีกประการหนึ่ง 

              นอกเหนือจากสิ่งที่พึงตระหนักข้างต้น ยังมีประเด็นที่พึงพิจารณาอีก คือ การนำเอาทฤษฎีและแนวความคิดที่สร้างขึ้นในสังคมตะวันตกประยุกต์ใช้ในสังคมไทย ปัญหาทางวิชาการซึ่งเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันเสมอ ก็คือ ทฤษฎีและแนวความคิดต่าง ๆ มีค่านิยม (value) และ/หรืออุดมการณ์แฝงอยู่หรือไม่ ฝ่ายหนึ่งมีคติความชื่อเกี่ยวกันการปลอดค่านิยม (value-free) หรืออุดมการณ์ของทฤษฎีและแนวความคิดต่าง ๆ ดังนั้น การประยุกต์ใช้ทฤษฎีหรือแนวความคิดที่สร้างขึ้นมาจากสังคมหนึ่งกับอีกสังคมหนึ่งจึงไม่น่าจะมีปัญหา โดยเฉพาะในสังคมโลกปัจจุบันซึ่งเป็นสังคมโลกที่ไร้พรมแดน ในขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งมีความเชื่อว่า ทฤษฎีและแนวความคิด รวมทั้งเทคนิคการวิเคราะห์ต่าง ๆ มีค่านิยม หรืออุดมการณ์แฝงอยู่แล้ว ทั้งนี้อาจเป็นได้โดยเพราะพื้นฐานปรัชญาของทฤษฎีและแนวความคิดนั้น ๆ หรือเป็นเพราะทฤษฎีและแนวความคิดนั้น ๆ ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้บรรลุจุดมุ่งหมายเฉพาะของสังคมนั้น ดังนั้น การนำเอาทฤษฎีและแนวความคิดดังกล่าวมาใช้ในอีกสังคมหนึ่ง จึงจำเป็นต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วนเสียก่อน 

              อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญยิ่งไปกว่าก็คือ การเลือกใช้ทฤษฎีและแนวความคิดที่ถูกต้องและสอดคล้องกับเนื้อหาของปรากฏการณ์ที่เป็นปัญหาของการวางแผนหรือการบริหารการพัฒนาเพราะทฤษฎีหรือแนวความคิดเป็นพื้นฐานในการปฏิบัติ หรือจะกล่าวได้ว่า ทฤษฎีและแนวความคิดในการพัฒนาเป็นพื้นฐานในการกำหนดแนวทางในการบริหารการพัฒนา


 
 CopyRight @ 2004 Environmental Science Kasetsart University. All rights Reserved. :•: Contact Webmaster :  TheGarg