Soil Pollutants

ภาควิชาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม           คณะวิทยาศาสตร์           มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์           


.

................

 

 

>------<

 

 

     การวิเคราะห์ดิน (soil charecterirtic)


 การเตรียมตัวอย่างดิน

          อุปกรณ์และเครื่องมือ

 เครื่องบดดิน หรือ ครกกระเบื้องเคลือบ ลูกกลิ้ง หรือ ขวด

 ตะแกรงร่อน (ทองเหลือง) ขนาด 2 มม.

 ถุงพลาสติกแบบปิดได้ กล่องกระดาษ หรือขวดพลาสติก

  วิธีการทดลอง

   เมื่อนำตัวอย่างดินมาถึงห้องปฏิบัติการแล้ว ให้เลขที่ตัวอย่างดิน เรียงตามลำดับ

   นำดินออกผึ่ง โดยเกลี่ยดินให้กระจายทั่วในถามที่รองกระดาษไว้ การผึ่งดินต้องผึ่งไว้ในห้องที่สะอาด ไม่มีฝุ่นคลุ้ง หรือ ปนเปื้อนด้วย ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง เป็นต้น

    เลือกเศษพืช และเศษกรวดหินออกทิ้งให้หมดเท่าที่จะทำได้

   เมื่อดินแห้งแล้ว บดดินด้วยเครื่องบดดิน ครกกระเบื้องเคลือบ หรือลูกกลิ้ง แล้วร่อนดินที่บดด้วยตะแกรงร่อน (ทองเหลือง) ขนาด 2 มม. ส่วนของดินที่ค้างบนตะแกรง ก็นำไปบดอีกจนหมด แล้วเก็บไว้ในถุงพลาสติก กล่องกระดาษ หรือขวดพลาสติก เขียนเลขที่ตัวอย่างดินแล้วเก็บไว้วิเคราะห์


การวิเคราะห์ค่าหา pH ของดินด้วย pH meter

            อุปกรณ์และเครื่องมือ

 เครื่องชั่ง

 ช้อนตักสาร

 pH meter

 Beaker 100 ml 4 ใบ

 Beaker 200 ml 4 ใบ

 Stirring rod

                 วิธีการทดลอง

ชั่งตัวอย่างดินที่ร่อนผ่านตะแกรงขนาด 2 มม. ใส่ Beaker 100  200 ml  20 g

*   

เติมน้ำกลั่น 20 ml ใน beaker 100 ml สัดส่วน ดิน : น้ำ เท่ากับ 1 : 1

และเติมน้ำกลั่น 100 ml ใน beaker 200 ml สัดส่วน ดิน : น้ำ เท่ากับ 1 : 5

คนตัวอย่างดินด้วยแท่งแก้ว 5 – 10 นาที

ตั้งทิ้งไว้ให้ดินตกตะกอน 30 นาที

วัด pH ด้วย pH meter

บันทึกผล 


การวิเคราะห์ปริมาณอินทรียวัตถุในดินโดยวิธี Walkley and Black

          อุปกรณ์และเครื่องมือ

 เครื่องชั่ง

 ช้อนตักสาร

 Erlenmeyer flask 250 ml

 Pipette 10 ml

 Cylinder 50 ml

 Burette 50 ml

 กรวยกรองแก้ว

  สารเคมี

1. สารละลาย Potassium Dichromate (K2Cr2O7) 1.0 N

2. สารละลาย Ferrous Ammonium Sulfate (Fe(NH4)2(SO4).6H2O) 0.5 N

3. สารละลาย O-phenanthroline indicator 0.025 M

4. Sulfuric Acid (conc.) (H2SO4)

             วิธีการวิเคราะห์

ชั่งตัวอย่างดิน 1 กรัมใน Erlenmeyer flask 250 ml

เติม K2Cr2O7 0.1 ลงไป 10 ml

เติม H2SO4 (conc.) 15 ml เขย่าเบาๆ 1-2 นาทีแล้วตั้งทิ้งไว้ให้น้ำยาและดินทำปฏิกิริยากันประมาณ 30 นาที

เติมน้ำกลั่น 50 ml แล้วตั้งทิ้งไว้ให้เย็น

หยด O-phenantholine indicator 5 หยด

ไตเตรทสารละลายด้วยน้ำยา Fe(NH4)2(SO4) 0.5 N จนสารละลายเปลี่ยนสีจากสีเขียว

เป็นสีน้ำตาลแดง

จดปริมาตร K2Cr2O7  และ Fe(NH4)2(SO4).6H2O ที่ใช้

ทำ blank เช่นเดียวกับการวิเคราะห์ดิน

คำนวณหา %Organic carbon และ %Organic matter

            การคำนวณ

                   หาปริมาณอินทรีย์วัตถุ (Organic matter: OM)
 

 % OC = (B-T)N/B x (100/77) x (3/103) x (100/X) x
 

 เมื่อ         B = จำนวนมิลลิลิตรของ Fe(NH4)2(SO4).6H2O ที่ไตเตรทกับ blank

              T = จำนวนมิลลิลิตรของ Fe(NH4)2(SO4).6H2O ที่ไตเตรทกับตัวอย่างเดิม

              N = ความเข้มข้นของ K2Cr2O7

                          X = น้ำหนักของดิน (กรัม)
 

 % OM = % Organic Carbon x 1.724


 การวิเคราะห์เนื้อดิน

         อุปกรณ์และเครื่องมือ

 เครื่องชั่ง

 Hydrometer

 Thermometer

 กรวยกรอง Funnel

 กระดาษกรองเบอร์ 42

 Washing bottle

 Beaker 600 ml

 Hot Plate

 Stirring rod

 Sedimentation Cylinder

 กระจกนาฬิกา

 Dispersion cup

 Mechanic stirrer 

             สารเคมี

1. ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ (H2O2) เข้มข้น 30%

2. สารละลายแคลกอน (Calgon Solution) ความเข้มข้น 5 % เตรียมโดยใช้ โซเดียมเฮกซาเมตาฟอสเฟท (Sodium hex phosphate) 50 กรัม ละลายในน้ำกลั่นจำนวนหนึ่งอย่าให้ถึง 1000 มล. นำไปปรับสารละลายให้มี pH 8.3-8.5 ด้วยโซเดียมคาร์บอเนต (Sodium Carbonate) แล้วเติมน้ำกลั่นลงไปจนได้สารละลายครบ 1000 มล.

   การวิเคราะห์

   ชั่งตัวอย่างดินที่ร่อนผ่านตะแกรงขนาด 2 มม. จำนวน 60 กรัม ใส่ใน Beaker เติมน้ำ 100 ml แล้วเติมสารละลาย H2O2 ลงใน Beaker การเติมให้เติมทีละน้อย ๆ ประมาณ 5-10 ml ทุกครั้งที่เติมต้องรอให้ปฏิกิริยาสงบเสียก่อน เร่งปฏิกิริยาให้เร็วขึ้นได้โดยอุ่น Hot Plate เมื่อดินไม่ทำปฏิกิริยาอีกแล้ว ตั้งทิ้งไว้ 1 ชม. เพื่อไล่ H2O2  ที่เกินพอออกไป ทิ้งให้เย็น

   ถ่ายดินจาก Beaker ลงในกรวยซึ่งรองด้วยกระดาษกรองเบอร์ 42 ให้หมด แล้วชะดินในกรวยกรองด้วยน้ำกลั่นครั้งละ 50 ml จนครบ 200 ml

   นำดินในกรวยกรองใส่ลงใน Beaker นำไปอบที่อุณหภูมิ 105-110 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 15-24 ชม. นำไปทำให้เย็นใน desiccator

   ชั่งน้ำหนักของดินที่ได้นี้ 40 กรัม ลงใน Dispersion cup ถ้าเป็นดินเนื้อหยาบใช้ดินปราศจากอินทรียวัตถุ 100 กรัม เติมสารละลายแคลกอน 5 % ลงไป 100 ml เติมน้ำกลั่น 100 ml ตั้งทิ้งไว้ 10 นาที นำไปกวนด้วยเครื่องกวน (mechanical stirrer) เป็นเวลา 5 นา

 ถ่ายตัวอย่างดินที่กวนแล้วลงใน Sedimentation cylinder ฉีดน้ำล้างไล่ดินลงใน Sedimentation cylinder ให้หมด เติมน้ำกลั่นลงไป 100-200 ml หย่อน Hydrometer ลงไปแล้วเติมน้ำกลั่นลงไปจนถึงขีดล่างของ Sedimentation cylinder ถ้าใช้ดิน 100 กรัม ให้เติมน้ำกลั่นจนถึงขีดบนของ Sedimentation cylinder

   ยก Hydrometer ออก ใช้จุกยางปิด Sedimentation cylinder ให้แน่นใช้มือหนึ่งจับปากของ Sedimentation cylinder ตรงจุกยางอีกมือหนึ่งจับก้นของ Sedimentation cylinder กระดกก้นของ Sedimentation cylinder ขั้นลงหลาย ๆ ครั้ง เพื่อเขย่าให้อนุภาคของดินกระจายอย่างสม่ำเสมอ แล้ววางลงเปิดจุกยางเริ่มจับเวลา

   เมื่อถึงวินาทีที่ 20 หย่อน Hydrometer ลงไปในสารแขวนลอย อ่านค่าเมื่อครบ 40 วินาทีพอดี นับตั้งแต่วาง Sedimentation cylinder ลงบนโต๊ะ วัดอุณหภูมิของสารแขวนลอยตรงที่ระดับศูนย์กลางของปริมาตรของกระเปาะ Hydrometer จดค่าไว้ และปฏิบัติซ้ำอีกครั้ง เมื่อได้เวลา อีก 20 วินาทีจะครบ 2 ชม. อ่านค่าเมื่อได้เวลา 2 ชม. พอดี

   เติมสารละลายแคลกอน 5 % จำนวน 100 ml ลงใน Sedimentation อีกใบหนึ่งแล้วปฏิบัติเช่นเดียวกับข้อ 7 จดค่าที่ได้ในข้อ 7 และ 8 ไว้ นำไปคำนวณ

การคำนวณ

1. ค่าที่อ่านได้จากก้านของ Hydrometer คือจำนวนกรัมของอนุภาคแข็งที่แขวนลอยอยู่รอบ ๆ กระเปาะของ Hydrometer ขณะที่อ่าน ต่อ 1000 ml ของสารแขวนลอย ดังนั้นค่าที่อ่านได้ในข้อ 7 จึงเป็นค่าจำนวนกรัมของอนุภาคดินและอนุภาคแคลกอน และค่าที่ได้ในข้อ 8 จึงเป็นจำนวนกรัมของอนุภาคของแคลกอนอย่างเดียว เมื่อหักค่าข้อ 8 ปรับเป็นค่าที่น่าจะได้เมื่ออุณหภูมิของสารละลายแคลกอน ในข้อ 8 นั้น เท่ากันกับอุณหภูมิของสารแขวนลอยของดินในแต่ละกรณีในข้อ 7 ก่อน แล้วจึงใช้ค่าที่ปรับแล้วนี้แทนค่าที่อ่านได้โดยตรงจากสารละลาย จึงจะได้ผลต่างที่ถูกต้อง

ปรับค่าด้วยสูตร

                       Rc  =  A + 0.50(T-B) สำหรับสารละลาย Calgon

 เมื่อ Rc = ค่าที่ควรอ่านได้จาก Hydrometer ในข้อ 8 (g/ ลิตร) ถ้าอุณหภูมิของสาร
  ละลาย Calgon   เท่ากับ T OC

A  =  ค่าที่อ่านได้จาก Hydrometer ในข้อ 8 (g/ลิตร)

T  =  อุณหภูมิของสารแขวนลอยของดิน (ในข้อ 7 แล้วแต่กรณี) เป็น OC

B  =  อุณหภูมิของสารละลาย Calgon OC

2. เมื่อนำค่า Rc ที่ได้ไปหักออกจากค่าที่อ่านได้จาก Hydrometer ในข้อ 7 ในแต่ละกรณีแล้ว จะได้ค่า R’s แต่ละกรณีมาเป็นค่าที่แสดงจำนวนกรัมของอนุภาคดินต่อลิตร

3. ค่า R’s ที่ได้จากในแต่ละกรณีนั้นจะเป็นค่าที่ถูกต้องต่อเมื่ออุณหภูมิของสารแขวนลอยของดินในแต่ละกรณีในข้อ 7 มีอุณหภูมิที่ระบุไว้บนก้าน Hydrometer หากอุณหภูมิไม่เท่ากัน ต้องปรับค่า R’s ให้เป็นค่าที่ถูกต้อง (Rs) โดยใช้สูตร

         Rs = R’s + 0.36 (T-L) สำหรับแขวนลอยดิน

    เมื่อ   Rs = จำนวนกรัมที่ถูกต้องของอนุภาคของดิน ต่อ ลิตร ของสารแขวนลอยดิน

R’s = จำนวนกรัมของอนุภาคดินที่อ่านได้จาก Hydrometer ของสารแขวนลอยดินต่อลิตร

                        T   =   อุณหภูมิของสารแขวนลอยดิน เป็น OC

                         L   =   อุณหภูมิที่ระบุไว้บนก้าน Hydrometer เป็น OC

4. คำนวณเปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนักของ Sand Silt อนุภาคดินเหนียว ในส่วนที่เป็นอนินทรียสารของตัวอย่างดินที่ใช้ในการวิเคราะห์นี้ โดยถือว่าขณะที่อ่านค่าเมื่อวินาทีนั้น ไม่มีอนุภาคจำพวก Sand อยู่รอบกระเปาะ Hydrometer และขณะที่อ่านค่าเมื่อ 2 ชม. ไม่มีอนุภาค Sand และ Silt อยู่รอบกระเปาะ Hydrometer เลย

5. ใช้ไดอะแกรมสามเหลี่ยม พิจารณาประเภทของเนื้อดิน
 


 
 
 CopyRight @ 2001 - 2004 Environmental Science Kasetsart University. All rights Reserved. :•: Contact Webmaster : TheGargz