สื่อการสอนสำหรับครูธุรกิจ
 

     - ประเภทของสื่อการสอน
     - ประเภทของสื่อตามผู้รู้
     - หลักการและทฤษฎีู้
     - ประเภทของสื่อทางธุรกิจ
        - หน่วยการเรียนการสอน
        - การสอนแบบโปรแกรม
        - บทเรียนแบบโปรแกรม
        - ชุดการสอน
        - คอมพิวเตอร์ช่วยสอน
        - เครื่องฉายภาพข้ามศีรษะ
        - เครื่องฉายสไลด์
        - เครื่องฉายวัสดุทึบแสง
        - เครื่องมัลติมีเดียโปรเจคเตอร์
        - เครื่องเล่นวีซีดี
        - เครื่องถ่ายทอดสัญญาณภาพ
๓ มิติ
        - แผ่นภาพโปร่งใส


ประเภทของสื่อการสอนทางธุรกิจศึกษา

     5. คอมพิวเตอร์ช่วยสอน (Computer - Assisted Instruction)

          คอมพิวเตอร์ช่วยสอน เป็นการนำโปรแกรมสำเร็จรูปมาใช้ในการเรียนการสอนโดยตรงโดยผู้เรียนสามารถเรียนด้วยตนเอง และมีผลย้อนกลับทันที ซึ่งอาจแบ่งได้ดังนี้

     1. โปรแกรมแบบสอนเนื้อหารายละเอียด (Tutorial) หมายถึง โปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ที่เสนอเนื้อหา ความรู้ หลักการใหม่ ๆ โดยพัฒนาจากความเชื่อที่ว่า คอมพิวเตอร์น่าจะเป็นสื่อที่ช่วยให้การเรียนรู้มีประสิทธิภาพดี หรือคอมพิวเตอร์ใช้สอนแทนครูได้ โดยจะมีการนำเสนอเนื้อหาวิชา ทั้งตัวอักษรและกราฟิค หลังจากนั้นจะมีการถามคำถามให้ผู้เรียนได้ตอบ และจะมีผลย้อนกลับ (Feedback) ทันทีว่าถูกต้องทำให้ผู้เรียนเกิดกำลังใจต้องการศึกษาต่อไป ถ้าตอบผิดก็อาจจะให้กลับไป ทบทวนเนื้อหาใหม่ ลักษณะเด่นของโปรแกรมแบบนี้คือ สามารถวิเคราะห์คำตอบของผู้เรียนแต่ละคนในระหว่างการเรียนการสอนได้ และบันทึกคำตอบของผู้เรียนไว้ได้ตลอด


     2. โปรแกรมแบบฝึกปฏิบัติ (Drill and Practice) คอมพิวเตอร์ช่วยสอนแบบนี้ จะมุ่งเน้นให้ผู้เรียนฝึกทักษะต่าง ๆ หรือฝึกทักษะซ้ำ ๆ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ได้ดียิ่งขึ้น หลังจากได้ศึกษา เนื้อหา รายละเอียด จากชั้นเรียนแล้ว โปรแกรมแบบนี้อาจมุ่งเน้นการฝึกทักษะเฉพาะอย่าง เช่น การบวก การลบ คำศัพท์ ภาษาต่าง ๆ ดังนั้นรูปแบบของโปรแกรมจะนำเสนอโดยคำถาม แล้วให้ผู้เรียนตอบ เมื่อตอบถูกหรือผิดจะมีผลย้อนกลับทันที คอมพิวเตอร์แบบฝึกปฏิบัตินี้มักจะนิยมใช้ในวิชาคณิตศาสตร์



     3. โปรแกรมแบบสถานการณ์จำลอง (Simulation) เป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ซึ่งใช้สอนเนื้อหาใหม่ หรือใช้เพื่อทบทวน ฝึกปฏิบัติสิ่งที่ได้เรียนไปแล้วก็ได้ โดยเน้นรูปแบบการสร้างสถานการณ์จำลอง ซึ่งจำลองจากสถานการณ์จริง เป็นการเลียนแบบเพื่อทดแทนสภาพจริงในชีวิตประจำวัน ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ และวิธีการปฏิบัติที่ถูกต้องในสถานการณ์ที่แตกต่างกัน ซึ่งจะได้รับประโยชน์ในแง่ของการช่วยให้ผู้เรียน ได้เรียนรู้วิธีการตอบสนองกับสถานการณ์จริง โดยได้ทดสอบกับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างปลอดภัย มีประสิทธิภาพและช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย เช่น จำลองการยิงอะตอม สถานการณ์จำลองวิธีการขับเครื่องบิน สร้างสถานการณ์จำลองเกี่ยวกับการทดลองทางด้านวิทยาศาสตร์ จำลองสถานการณ์เชิงเหตุการณ์ เช่น แสดงบทบาทเป็นครูใหญ่ การปฏิบัติตนและแก้ปัญหาด้วยรูปแบบของโปรแกรมสถานการณ์จำลอง จะนำเสนอในรูปของการเสนอ เนื้อหา และปฏิกิริยาตอบโต้ตอบได้ จุดเด่นของโปรแกรมคอมพิวเตอร์แบบนี้ คือการเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ปฏิบัติ ทดลองในสถานการ์ต่าง ๆ ไปสู่ชีวิตจริง และมีประสิทธิภาพการเรียนรู้ที่ดี


     4. โปรแกรมแบบเกมการศึกษา (Instructional Games) เป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยสอนที่พัฒนาจากแนวคิดเกี่ยวกับการเสริมแรง เพื่อจูงใจให้ผู้เรียนต้องการเรียนเพราะนอกจากจะทำให้ผู้เรียนมีความสนุกสนานแล้ว ยังเป็นสื่อกลางในการเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ เช่น ข้อเท็จจริง หลักการ ทักษะ ตลอดจนการรู้จักการแพ้และชนะ โปรแกรมคอมพิวเตอร์แบบเกมการสอนนี้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อ ทบทวน ฝึกหัด ทักษะ ที่เรียนไปแล้ว มีลักษณะคล้าย drill and practice แต่นำเสนอโดยรูปแบบของเกม เพื่อให้เกิดความสนใจ ตื่นเต้น เกมการศึกษาที่ดีนั้น ควรจะต้องสร้างความรู้สึกที่ท้าทาย (Challenge) กระตุ้นจินตนาการเพ้อฝัน (Fantasy) กระตุ้นความอยากรู้อยากเห็น การแข่งขัน ความร่วมมือ ซึ่งลักษณะเด่นที่เอาคอมพิวเตอร์ช่วยสอนในรูปของเกมการศึกษามาใช้ก็คือ สามารถจูงใจผู้เรียนที่มีความสนใจต่ำในบทเรียน และถ้าผู้สอนสามารถเลือกเกมที่เหมาะสมต่อ บทเรียน เนื้อหาวิชาแล้วจะช่วยให้ผู้เรียนสนใจ และต้องการเรียนรู้ จะสามารถเรียนรู้บรรลุตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้