เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ในสำนักงานอัตโนมัติสำหรับครูธุรกิจ
 บทนำ
 บทที่ 1
 บทที่ 2
 บทที่ 3
 บทที่ 4
 บทที่ 5
 บทที่ 6
 บทสรุป&แบบฝึกหัด
           ® แบบทดสอบอัตนัย
           ® แบบทดสอบปรนัย
แบบทดสอบแบบปรนัย

         

     1. กระบวนการใดมีขั้นตอนเหมือนกับระบบการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์

        ก. เปิดหนังสือ อ่านหนังสือ ปิดหนังสือ      ข. ค้นข้อมูล เรียบเรียงข้อมูล เขียนรายงาน
        ค. เลือกสินค้า จ่ายเงิน ได้สินค้า              ง. เล่นฟุตบอล เหนื่อย ดื่มน้ำ

     2. คอมพิวเตอร์คืออะไร

        ก. เครื่องอิเล็กทรอนิกส์แบบอัตโนมัติที่สามารถคำนวณได้ด้วยความเร็วสูงในระยะเวลาอันรวดเร็ว
        ข. เครื่องอิเล็กทรอนิกส์แบบอัตโนมัติที่สามารถเปรียบเทียบทางตรรกศาสตร์ และประมวลผลจากข้อมูลต่าง ๆ ได
        ค. เครื่องอิเล็กทรอนิกส์แบบอัตโนมัติทำหน้าที่เหมือนสมองกล ใช้คิดคำนวณแทนมนุษย์ และแก้ปัญหาที่ซับซ้อนโดยวิธีทางคณิตศาสตร์
        ง. เครื่องอิเล็กทรอนิกส์แบบอัตโนมัติที่ถูกสร้างให้สามารถจำข้อมูลได้มาก
ทั้งที่เป็นตัวเลขและตัวอักษรเพื่อสะดวกต่อการเรียกใช้งานครั้งต่อไป


     3. พัฒนาการของคอมพิวเตอร์ข้อใดที่ไม่สัมพันธ์กัน

        ก. ยุคที่ 1 หลอดสุญญากาศ                   ข. ยุคที่ 2 วงแหวนแม่เหล็ก
        ค. ยุคที่ 3 Time Sharing                     ง. ยุคที่ 4 Microsecond

     4. ข้อใดคือประโยชน์ของเครือข่าย Internet ทางด้านการศึกษา

        ก. สามารถดึงข้อมูล (Download) เพื่อใช้งานได้
        ข. เป็นแหล่งเผยแพร่ข้อมูลที่ทันสมัย สนับสนุนงานวิชาการ
        ค. เป็นแหล่งข้อมูลอิสระ ไม่มีเจ้าของ
        ง. สั่งซื้อสินค้า – อาหารต่าง ๆ รวมถึงการแจกจ่ายโปรแกรมทดลอง

     5. ข้อใดเป็นอุปกรณ์ของหน่วยความจำสำรอง

        ก. CPU                                     ข. Main Board
        ค. แผ่นซีดีรอม                            ง. RAM

     6. GPRS เป็นเทคโนโลยีใช้อินเตอร์เน็ตกับอุปกรณ์ใด

        ก. โทรศัพท์                                ข. สแกนเนอร
        ค. แผ่นซีดีรอม                            ง. RAM

     7. ระบบสารสนเทศประกอบไปด้วยองค์ประกอบที่สำคัญอะไรบ้าง

        ก. ข้อมูล (Data)                            ข. ระบบการประมวลผล
        ค. ช่องทางการสื่อสาร                      ง. ถูกทุกข้อ

     8. ข้อใดไม่ใช่วัตถุประสงค์ของระบบสารสนเทศ

        ก. เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของธุรกิจนั้น ๆ
        ข. เพื่อลดผลผลิตให้กับธุรกิจ
        ค. เพื่อเพิ่มคุณภาพในการบริการลูกค้า ให้มีความสะดวกมากขึ้น
        ง. เพื่อขยายผลิตภัณฑ์ และผลิตสินค้าใหม่ เพื่อรองรับความต้องการของตลาด

     9. ใบสั่งซื้อสินค้าจากลูกค้า จัดว่าเป็นสารสนเทศของผู้ใช้งานระดับใด

        ก. พนักงานบัญชี
        ข. ผู้จัดการฝ่ายขาย
        ค. พนักงานขาย
        ง. พนักงานการตลาด

     10. การเก็บสารสนเทศเกี่ยวกับบุคลากรต่างๆ ในหน่วยงาน จัดว่าเป็นระบบสารสนเทศทางธุรกิจในข้อใด

        ก. ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการด้านการตลาด
        ข. ระบบสารสนเทศการผลิต
        ค. ระบบสารสนเทศทรัพยากรบุคคล
        ง. ระบบสารสนเทศการวิจัยและพัฒนา

     11. ระบบควบคุมสินค้าคงคลัง จัดว่าเป็นระบบสารสนเทศทางธุรกิจในข้อใด

        ก. ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการด้านการตลาด
        ข. ระบบสารสนเทศการผลิต
        ค. ระบบสารสนเทศทรัพยากรบุคคล
        ง. ระบบสารสนเทศการวิจัยและพัฒนา

     12. ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ของระบบสารสนเทศ

        ก. ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงสารสนเทศที่ต้องการได้อย่างรวดเร็วและทันต่อเหตุการณ์ตลอดเวลา
        ข. ช่วยให้ผู้ใช้ในการกำหนดเป้าหมายและวางแผนปฏิบัติการงานต่าง ๆ ให้ประสบความสำเร็จได้อย่างเต็มที่
        ค. ผู้ใช้สามารถนำมาช่วยในการตรวจสอบผลการดำเนินการต่าง ๆ ขององค์กร
        ง. ช่วยเพิ่มค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่องค์การต้องเสียไปโดยไม่จำเป็น

     13. ความรู้เกี่ยวกับระบบในเรื่อง When คืออะไร

        ก. วัตถุประสงค์ของระบบคืออะไร มีแผนงานขั้นตอนอย่างไรที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ (Goal) ตามที่ได้ตั้งเป้าหมายเอาไว
        ข. บุคคลหรือกลุ่มคนที่มีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับระบบนั้น ๆ
        ค. มีการเริ่มดำเนินงาน และผลงานจะประสบความสำเร็จของเสร็จลุล่วงได้เมื่อไร เพื่อให้เห็นภาพการทำงานอย่างชัดเจน จึงควรมีการจัดตารางการทำงานอย่างมีระบบ
        ง. ต้องมีวิธีการทำงานอย่างไรเพื่อให้งานสำเร็จ และสมควรที่จะใช้เครื่องมือใดเพื่อให้งานสำเร็จได้รวดเร็ว

     14. ถ้าเราทำการวิเคราะห์และออกแบบระบบมาแล้ว ระบบงานใหม่ควรสนับสนุนยุทธศาสตร์ในด้านใดบ้าง

        ก. ด้านการจัดการ (Management)
        ข. ด้านความแตกต่าง (Differentiation)
        ค. ด้านผลผลิต (Productivity)
        ง. ถูกทุกข้อ

     15. ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบคอมพิวเตอร์ การสื่อสารและเครือข่ายคอมพิวเตอร์ เป็นบุคคลกลุ่มใดในทีมงานพัฒนาระบบ

        ก. วิศวกรระบบ (System Engineer)
        ข. นักวิเคราะห์ระบบ (System Analyst)
        ค. โปรแกรมเมอร์ (Programmer)
        ง. ผู้สนับสนุนฝ่ายเทคนิค (Technical Support)

     16. ขั้นตอนที่ 3 ในวงจรการพัฒนาระบบคือ

        ก. เข้าใจปัญหา (Problem Recognition)
        ข. วิเคราะห์ (Analysis)
        ค. ทดสอบและติดตั้ง (Implementation and Testing)
        ง. ออกแบบ (Design)

     17. ขั้นตอนที่ 1 ในวงจรการพัฒนาระบบคือ

        ก. เข้าใจปัญหา (Problem Recognition)
        ข. วิเคราะห์ (Analysis)
        ค. ทดสอบและติดตั้ง (Implementation and Testing)
        ง. ออกแบบ (Design)

     18. ขั้นตอนที่ 4 ในวงจรการพัฒนาระบบคือ

        ก. เข้าใจปัญหา (Problem Recognition)
        ข. วิเคราะห์ (Analysis)
        ค. ทดสอบและติดตั้ง (Implementation and Testing)
        ง. ออกแบบ (Design)

     19. ข้อใดไม่ใช่สิ่งที่จะต้องทำในการวิเคราะห์ระบบงานเดิมที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน

        ก. ศึกษาความต้องการของนักวิเคราะห์ และผู้ปฏิบัติงานหรือความต้องการระบบ
        ข. พัฒนาเค้าโครงของระบบงานใหม่ (New system idea and concept)
        ค. ศึกษาการทำงานของระบบปัจจุบัน (Existing system study)
        ง. ปัญหาที่เกิดขึ้นกับระบบปัจจุบัน (Problem identification)

     20. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของคำถามปลายเปิด

        ก. เป็นคำถามที่สร้างขึ้นเพื่อให้ผู้ตอบแบบสอบถามมีอิสระในการตอบ
        ข. เป็นคำถามที่กำหนดคำตอบให้ผู้ตอบเลือกตอบ
        ค. คำถามปลายเปิดมีประโยชน์ คือ จะได้รับคำตอบในลักษณะความคิดเห็นที่มีความละเอียด เพื่อนำไปใช้เป็นแนวทางปฏิบัติหรือข้อเสนอต่างๆ
        ง. การตั้งคำถามปลายเปิด ไม่ควรตั้งคำถามในลักษณะกว้างเกินไป

     21. ข้อใดเป็นหลักในการสัมภาษณ์

        ก. ไม่ต้องนัดหมายกับผู้ใช้งาน เมื่ออยากได้ข้อมูลก็สามารถสอบถามได้ทันท
        ข. ไม่บอกหัวเรื่องก่อนที่จะเข้าไปสัมภาษณ์
        ค. แนะนำโครงการที่ทำให้ทราบและชัดเจน
        ง. ควรเริ่มทำการสัมภาษณ์ผู้ใช้งานก่อน

     22. ข้อใดไม่ใช่การศึกษาวิธีการปฏิบัติงานในปัจจุบันว่ามีลักษณะอย่างไร

        ก. การรับข้อมูลเข้าสู่ระบบ
        ข. การประมวลผล
        ค. การจัดทำผลลัพธ์
        ง. ไม่มีข้อใดถูกต้อง

     23. สัญลักษณ์ของกระบวนการ (Process) คือข้อใด

     24. สัญลักษณ์ของการส่งผ่านข้อมูล (Data Flow) คือข้อใด

     25. ข้อใดไม่ใช่วัตถุประสงค์ของการออกแบบระบบงาน

        ก. ตรงกับความต้องการของผู้ใช้ระบบงาน (Meet user requirements)
        ข. ยุ่งยากต่อการใช้งาน (Easy to use)
        ค. จัดหารายละเอียดของ Software
        ง. สนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ ในระบบงาน

     26. ข้อใดเป็นเคล็ดลับในการออกแบบระบบ

        ก. พิจารณาอย่างระมัดระวังในจุดที่ผู้ใช้จะต้องติดต่อกับระบบ
        ข. มีการเตรียมการล่วงหน้าให้แก่ผู้ใช
        ค. ข้อมูลควรถูกตรวจสอบทุกครั้งก่อนมีการป้อนข้อมูลเข้าระบบ
        ง. สร้างโมดุลอิสระในการปฏิบัติงานในแต่ละฟังก์ชั่น

     27. รายงานแบบใดที่แสดงระเบียนข้อมูลเฉพาะที่อยู่ในเงื่อนไขที่กำหนด

        ก. รายงานแบบสรุป
        ข. รายงานแบบยกเว้น
        ค. รายงานแบบละเอียด
        ง. รายงานลับเฉพาะ

     28. หน้าจอส่วนแสดงผลโดยทั่วไปจะควรจะมีขนาดเท่าใด

        ก. มี 21 บรรทัด และ 80 คอลัมน
        ข. มี 22 บรรทัด และ 80 คอลัมน์
        ค. มี 23 บรรทัด และ 80 คอลัมน์
        ง. มี 24 บรรทัด และ 80 คอลัมน์

     29. ความสัมพันธ์แบบหนึ่งต่อหนึ่งความสัมพันธ์เป็นอย่างไร

        ก. ความสัมพันธ์ของสิ่ง (Entity) หนึ่งกับอีกสิ่ง (Entity) หนึ่งโดยสิ่ง (Entity) แรกที่เกิดขึ้นจะสัมพันธ์กับสิ่ง (Entity) ที่สองได้หลายความสัมพันธ์ และความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นของสิ่ง (Entity) ที่สองจะมีความสัมพันธ์กับสิ่ง (Entity) แรกได้หลายความสัมพันธ
        ข. ความสัมพันธ์ของสิ่ง (Entity) หนึ่งกับอีกสิ่ง (Entity) หนึ่งโดยสิ่ง (Entity) แรกที่เกิดขึ้นจะสัมพันธ์กับสิ่ง (Entity) ที่สองได้หลายความสัมพันธ์ แต่ละความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นของสิ่ง (Entity) ที่สองจะมีความสัมพันธ์กับสิ่ง (Entity) แรกได้เพียงความสัมพันธ์เดียวเท่านั้น
        ค. ความสัมพันธ์ของสิ่ง (Entity) หนึ่งกับอีกสิ่ง (Entity) หนึ่งโดยมีโอกาสของความสัมพันธ์ระหว่างในสิ่ง (Entity) ทั้งสองได้เพียงความสัมพันธ์เดียวเท่านั้น
        ง. ไม่มีข้อใดถูกต้อง

     30. ความสัมพันธ์แบบหนึ่งต่อหลายความสัมพันธ์ (One to many relationship) เป็นอย่างไร

        ก. ความสัมพันธ์ของสิ่ง (Entity) หนึ่งกับอีกสิ่ง (Entity) หนึ่งโดยสิ่ง (Entity) แรกที่เกิดขึ้นจะสัมพันธ์กับสิ่ง (Entity) ที่สองได้หลายความสัมพันธ์ และความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นของสิ่ง (Entity) ที่สองจะมีความสัมพันธ์กับสิ่ง (Entity) แรกได้หลายความสัมพันธ์
         ข. ความสัมพันธ์ของสิ่ง (Entity) หนึ่งกับอีกสิ่ง (Entity) หนึ่งโดยสิ่ง (Entity) แรกที่เกิดขึ้นจะสัมพันธ์กับสิ่ง (Entity) ที่สองได้หลายความสัมพันธ์ แต่ละความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นของสิ่ง (Entity) ที่สองจะมีความสัมพันธ์กับสิ่ง (Entity) แรกได้เพียงความสัมพันธ์เดียวเท่านั้น
        ค. ความสัมพันธ์ของสิ่ง (Entity) หนึ่งกับอีกสิ่ง (Entity) หนึ่งโดยมีโอกาสของความสัมพันธ์ระหว่างในสิ่ง (Entity) ทั้งสองได้เพียงความสัมพันธ์เดียวเท่านั้น
        ง. ไม่มีข้อใดถูกต้อง