เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ในสำนักงานอัตโนมัติสำหรับครูธุรกิจ
 บทนำ
 บทที่ 1
 บทที่ 2
 บทที่ 3
 บทที่ 4
 บทที่ 5
     © การออกแบบระบบงาน
     © ภาพรวมการออกแบบระบบ
     © แนวทางการออกแบบระบบ
     © การออกแบบอินพุท&เอาท์พุท
     © การออกแบบ
          - แผนภาพความสัมพันธ์
          - ส่วนที่ติดต่อกับผู้ใช้งาน
 บทที่ 6
 บทสรุป&แบบฝึกหัด

การออกแบบทางด้านแฟ้มข้อมูล ฐานข้อมูล
และส่วนที่ติดต่อกับผู้ใช้งาน
(File and Database Design, User interface Design)

 แผนภาพความสัมพันธ์ของสิ่งต่าง ๆ (Entity-relationship diagrams)

          คำว่าความสัมพันธ์ (Relationship) จะหมายถึงความสัมพันธ์ทางตรรกศาสตร์
ของสิ่งต่างๆ (Entity) ภายในระบบนั้น ตัวอย่างเช่น ความสัมพันธ์ระหว่างสินค้ากับโกดังสินค้า
จะสัมพันธ์กันในเรื่องการเก็บสินค้า นั่นคือสินค้าจะถูกเก็บไว้ที่โกดัง ดังนั้นความสัมพันธ์ทางตรรกศาสตร์นั้นจะเป็นธรรมชาติของสิ่งต่าง ๆ (entities) ที่เกี่ยวกันนั่นเอง ซึ่งเราสามารถ
สื่อออกมาในลักษณะของรูปภาพเพื่อใช้ในการนำเสนอซึ่งจะเรียกว่าแผนภาพความสัมพันธ์
ของสิ่งต่าง ๆ (entity-relationship diagram) หรือย่อว่า แผนภาพ E-R

          รูปที่ 5-17 จะแสดงรูปแบบพื้นฐานของ แผนภาพ E-R ที่แสดงความสัมพันธ์ของสิ่ง 2 สิ่ง โดยแต่ละสิ่ง (entity) จะใช้รูปสี่เหลี่ยมแทนและใช้สี่เหลี่ยมข้าวหลามตัดแทนความสัมพันธ์ โดยมีเส้นตรงเชื่อมรูปสี่เหลี่ยมกับข้าวหลามตัด



รูปที่ 5-17 จะแสดงรูปแบบพื้นฐานของแผนภาพ E-R

          ดังรูปที่ 5-17 โดยจะเขียนกำกับสี่เหลี่ยมและสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด ซึ่งข้อความที่เขียนกำกับนั้นจะต้องเขียนให้กระชับซึ่งถ้าเป็นกิริยาของความสัมพันธ์นั้นก็ต้องเขียนให้เข้าใจ
มีความหมาย และที่เขียนกำกับสิ่งต่าง ๆ (Entities) ก็จะต้องเขียนให้เข้าใจว่าสิ่งนั้นคืออะไร
ดังรูป 5-17 จะเป็นตัวอย่างแสดงความสัมพันธ์ของหมอและคนไข้ โดยความสัมพันธ์
ของทั้งสองสิ่งคือการดูแล โดยคนไข้จะถูกหมอดูแล

          การเขียนแผนภาพ E-R สามารถแสดงความสัมพันธ์ได้เป็น 3 แบบคือ

          1. แบบหนึ่งต่อหนึ่งความสัมพันธ์ (one to one relationship) ซึ่งสามารถเขียน
เป็นแบบย่อคือ 1:1 ซึ่งจะหมายความถึงความสัมพันธ์ของสิ่ง (Entity) หนึ่งกับอีกสิ่ง (Entity) หนึ่งโดยมีโอกาสของความสัมพันธ์ระหว่างในสิ่ง (Entity) ทั้งสองได้เพียงความสัมพันธ์เดียว
เท่านั้นตัวอย่างดังรูป 5-19 คือผู้จัดการในสำนักงานหนึ่งจะเป็นหัวหน้าในสำนักงานนั้น
ได้เพียงคนเดียวเท่านั้น คนขับรถคนหนึ่งจะสามารถขับรถได้คันเดียวเท่านั้น



รูปที่ 5-18 แสดงความสัมพันธ์แบบหนึ่งต่อหนึ่งความสัมพันธ์


          2. แบบหนึ่งต่อหลายความสัมพันธ์ (one to many relationship) ซึ่งสามารถเขียนเป็นแบบย่อคือ 1:M ซึ่งจะหมายถึงความสัมพันธ์ของสิ่ง (Entity) หนึ่ง
กับอีกสิ่ง (Entity) หนึ่งโดยสิ่ง (Entity) แรกที่เกิดขึ้นจะสัมพันธ์กับสิ่ง (Entity)
ที่สองได้หลายความสัมพันธ์ แต่ละความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นของสิ่ง (Entity) ที่สองจะมี
ความสัมพันธ์กับสิ่ง (Entity) แรก ได้เพียงความสัมพันธ์เดียวเท่านั้น ดังรูป 5-20
นั่นคือคนคนหนึ่งสามารถเป็นเจ้าของรถได้หลายคันแต่รถหนึ่งคันสามารถมีเจ้าของได้คนเดียว
ลูกค้าคนหนึ่งสามารถมีการสั่งสินค้าได้หลายครั้งแต่ใบสั่งสินค้าใบหนึ่งสามารถมีเจ้าของ
คือลูกค้าเพียงคนเดียว ในแผนกหนึ่งมีพนักงานได้หลายคน แต่พนักงานนั้นสามารถ
อยู่ได้เพียงแผนกเดียว และอาจารย์คนหนึ่งสอนนักศึกษาได้หลายคนแต่นักศึกษาคนหนึ่ง
สามารถเรียนกับอาจารย์ได้คนเดียว เป็นต้น


รูปที่ 5-19 แสดงความสัมพันธ์แบบหนึ่งต่อหลายความสัมพันธ์

          3. แบบหลายต่อหลายความสัมพันธ์ (many to many relationship) ซึ่งสามารถเขียนเป็นแบบย่อคือ M:N ซึ่งจะหมายถึงความสัมพันธ์ของสิ่ง (Entity) หนึ่งกับอีกสิ่ง (Entity) หนึ่งโดยสิ่ง (Entity) แรกที่เกิดขึ้นจะสัมพันธ์กับสิ่ง (Entity) ที่สองได้หลายความสัมพันธ์ และความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นของสิ่ง (Entity) ที่สองจะมีความสัมพันธ์กับสิ่ง (Entity) แรกได้หลายความสัมพันธ์เช่นเดียวกันดังรูป 5-21 นั่นคือนักศึกษาหลายคนสามารถเรียนในห้องเรียนได้หลายห้องและในห้องเรียนหนึ่งสามารถรับนักศึกษาได้หลายคน ผู้โดยสารสามารถซื้อตั๋ว
เพื่อโดยสารเครื่องบินได้หลายใบและเครื่องบินลำหนึ่งสามารถรับผู้โดยสารได้หลายคน เป็นต้น



รูปที่ 5-20 แสดงความสัมพันธ์แบบหลายต่อหลายความสัมพันธ์


          รูป 5-21 จะแสดงถึงรูปแบบที่สมบูรณ์แบบของแผนภาพ E-R สำหรับความสัมพันธ์ของทั้ง 2 Entities จะใช้สัญลักษณ์   กับสัญลักษณ์ (diamond) แทน ซึ่งแผนภาพ E-R
จะแตกต่างกับแผนภาพการไหลของข้อมูล (DFD) และ ผังการไหลของระบบ (System Flow Charts) คือเส้นเชื่อมต่าง ๆจะไม่มีลูกศร คือจะเป็นที่รู้ว่าจะลากจากซ้ายไปขวาและบนลงล่าง
ซึ่งจากตัวอย่างคือความสัมพันธ์ของตัวแทนขาย (Sales represent) ลูกค้า (Customer)
ใบสั่งซื้อ (Order) สินค้า (Product) และโกดังสินค้า (Warehouse)(รัชนี กัลยาวินัยและอัจฉรา
ธาราอุไรกุล 254-?: (11-1)-(11-5))