เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ในสำนักงานอัตโนมัติสำหรับครูธุรกิจ
 บทนำ
 บทที่ 1
 บทที่ 2
 บทที่ 3
 บทที่ 4
     © การวิเคราะห์ระบบงาน
     © เทคนิคการค้นหา
     © การใช้แผนภาพการไหล
     © สัญลักษณ์สร้างแผนภาพ
     © วิธีการเขียนแผนผัง
     © แผนภาพระดับสูงสุด
     © ลักษณะแผนภาพการไหล
     © วิธีสร้าง DFD
 บทที่ 5
 บทที่ 6
 บทสรุป&แบบฝึกหัด

การใช้แผนภาพการไหลของข้อมูล (Data flow diagram)

          การศึกษาความต้องการและศึกษาระบบ นักวิเคราะห์ระบบนิยมเขียนภาพการทำงานเป็นไดอะแกรมหลายรูปแบบ เพราะเป็นวิธีที่เหมาะสมสำหรับย่นย่อรายละเอียดจำนวนมากให้เข้าใจได้ง่ายโดยจะทำการสร้างแบบจำลองเชิงตรรก (Logical Model) ใหม่ซึ่งเป็นแผนภาพการไหลของข้อมูล (Data Flow Diagram: DFD)


          การใช้แผนภาพการไหลของข้อมูล (Data flow diagram)

          แผนภาพการไหลของข้อมูล (Data flow diagram) เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการเขียนภาพที่ได้จากการวิเคราะห์ระบบ และเป็นเครื่องมือแสดงถึงทิศทางการส่งผ่านข้อมูลในระบบ แสดงความสัมพันธ์ระหว่างกระบวนการกับข้อมูลที่เกี่ยวข้องภายในระบบ แสดงการส่งผ่านข้อมูลนำเข้าและข้อมูลนำออก และขั้นตอนการทำงานของระบบ เป็นการแสดงการทำงาน
ของระบบ โดยไม่อธิบายถึงขั้นตอนและวิธีการในการประมวลผล โดยแสดงว่า
ระบบทำงานอะไร แต่ไม่แสดงว่าระบบทำงานอย่างไร ซึ่งการทำแผนภาพนี้เป็นสื่อที่ช่วย
ในการวิเคราะห์เป็นไปได้โดยง่าย และมีความเข้าใจตรงกันระหว่างผู้วิเคราะห์ระบบเอง หรือระหว่างผู้วิเคราะห์กับโปรแกรมเมอร์ หรือระหว่างผู้วิเคราะห์หับผู้ใช้ระบบ โดยจะสรุปประโยชน์ในการใช้แผนภาพการไหลของข้อมูล (Data flow diagram) ได้ดังนี้

          1. การใช้แผนภาพนี้จะใช้ได้อย่างอิสระในการวิเคราะห์ระบบโดยไม่ต้องมีเทคนิคอื่นมาช่วย เนื่องจากสามารถใช้สัญลักษณ์ต่าง ๆ แทนสิ่งที่วิเคราะห์มา
          2. การใช้แผนภาพนี้เป็นสื่อที่ง่ายต่อการแสดงความสัมพันธ์ระหว่างระบบย่อยกับ
ระบบใหญ่ ซึ่งจะทำให้เข้าใจความสัมพันธ์ต่าง ๆ ได้ดี
          3. การใช้แผนภาพนี้เป็นสื่อที่ช่วยให้การวิเคราะห์เป็นไปได้โดยง่าย และมีความเข้าใจตรงกันระหว่าง ผู้วิเคราะห์ระบบเอง หรือระหว่างผู้วิเคราะห์กับโปรแกรมเมอร์ หรือระหว่าง
ผู้วิเคราะห์กับผู้ใช้ระบบ
          4. การใช้แผนภาพนี้ช่วยให้การวิเคราะห์ระบบเป็นไปได้สะดวกโดยจะเห็นถึงข้อมูล และขั้นตอนต่าง ๆ เป็นแผนภาพการไหลของข้อมูล (Data flow diagram) (รัชนี กัลยาวินัย และอัจฉรา ธารอุไรกุล)