เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ในสำนักงานอัตโนมัติสำหรับครูธุรกิจ
 บทนำ
 บทที่ 1
 บทที่ 2
     © ระบบงานด้านธุรกิจต่าง ๆ
     © องค์ประกอบของระบบ
     © ข้อมูลและสารสนเทศ
     © ประเภทของระบบสารสนเทศ
     © ระบบสารสนเทศทางธุรกิจ
      - ระบบสารสนเทศบัญชีและการคลัง
      - ระบบสารสนเทศด้านการเงิน
      - ระบบสารสนเทศทางบัญช
      - ระบบสารสนเทศทรัพยากรบุคคล
      - ระบบสารสนเทศการผลิต
      - ระบบสารสนเทศเพื่อด้านการตลาด
      - ระบบสารสนเทศการวิจัยและพัฒนา
     © ระดับต่าง ๆ ของผู้ใช้ระบบ
     © การจำแนกประเภทของธุรกิจ
     © การพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
     © ประโยชน์ของระบบสารสนเทศ
 บทที่ 3
 บทที่ 4
 บทที่ 5
 บทที่ 6
 บทสรุป&แบบฝึกหัด

ระบบสารสนเทศทางธุรกิจ       

          หมายถึง ระบบสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานในระบบธุรกิจ ซึ่งการทำกิจกรรมทางธุรกิจ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท

               1. ธุรกิจประเภทการขาย การผลิต
               2. ธุรกิจประเภทการบริการ

          ในการวิเคราะห์ระบบนั้นนักวิเคราะห์ระบบจะต้องทำความเข้าใจเป็นอย่างดีกับระบบสารสนเทศของงานธุรกิจนั้น ๆ เพื่อจัดการงานให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น

          ดังนั้น ในการวิเคราะห์ลักษณะเค้าโครงของธุรกิจนั้น นักวิเคราะห์ระบบต้องทำการสำรวจข้อมูล ทั้งสินค้าและบริการของบริษัท รวมทั้งความสามารถที่จะใช้อินเตอร์เน็ตในธุรกิจ ความสัมพันธ์ระหว่าง ระบบสารสนเทศ ขอบเขตของระบบงาน ความต้องการพิเศษ ขนาดขององค์กร และแผนระยะยาวที่ระบุ ถึงความก้าวหน้าขององค์กรในอนาคต

          และต่อไปนี้จะแสดงให้เห็นถึงการนำระบบสารสนเทศเข้ามาใช้ในเพื่อการจัดการระบบต่าง ๆ ที่อยู่ในระบบธุรกิจ ดังนี้
     

          ระบบสารสนเทศบัญชีและการคลัง

          สารสนเทศทางบัญชีและการคลัง มีความสำคัญต่อองค์กร ผู้บริหาร กลุ่มบุคคลซึ่งต้องการทำการตัดสินใจ และช่วยในการหาโอกาสและปัญหาที่เกิดขึ้นให้เป็นไปตามนโยบายที่กำหนดได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ เช่น การพยากรณ์ การจัดกองทุน การตรวจสอบทั้งภายในและภายนอกองค์กรให้ระบบการจัดการบัญชี และการคลังเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ


          ระบบสารสนเทศด้านการเงิน

          โดยระบบสารสนเทศด้านการเงินนิยมใช้รวมเข้ากับซอฟต์แวร์ในการวางแผนทรัพยากรขององค์กร (Enterprise Resource Planning: ERP) ซึ่งเป็นกลุ่มของโปรแกรมที่จัดการ วิเคราะห์และติดตาม การดำเนินธุรกิจของแหล่งผลิตหรือสาขาต่างๆ ขององค์กร เพื่อให้แน่ใจว่าสารสนเทศด้านการเงินในการปฏิบัติงาน สามารถนำไปใช้สนับสนุนความสามารถในการตัดสินใจให้แก่บุคคลที่ต้องการได้ทันเวลา
          ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการด้านการเงินมีความสามารถการทำงานดังต่อไปนี้


          1. รวบรวมสารสนเทศด้านการเงินและการดำเนินงานจากแหล่งต่างๆ รวมทั้งจากเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเข้าไว้ในระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการเพียงระบบเดียว
          2. สนับสนุนผู้ใช้ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับด้านการเงินและผู้ใช้อื่นๆ ของบริษัท
ให้สามารถเรียกใช้ข้อมูลและ สารสนเทศทางด้านการเงินผ่านทางเครือข่ายในองค์กรได้ง่าย
          3. เตรียมข้อมูลด้านการเงินที่มีอยู่ให้พร้อมต่อการใช้งาน เพื่อให้สามารถนำไปใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว
          4. สามารถวิเคราะห์ข้อมูลด้านการเงินได้หลายมิติ เช่น วิเคราะห์ตามช่วงเวลา, ภูมิประเทศ, ผลิตภัณฑ์, โรงงานผลิต หรือลูกค้าได้
          5. วิเคราะห์การดำเนินงานด้านการเงินที่ผ่านมาและที่เป็นอยู่ในปัจจุบันได้
          6. ติดตามและควบคุมการใช้เงินทุนได้ตลอดเวลา


          ระบบสารสนเทศทางบัญชี

          ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการด้านการบัญชี จะสนับสนุนการทำบัญชีให้กับองค์กร โดยในระบบนี้ ประกอบด้วยการทำงานที่สำคัญมากมาย เช่น ทำการรวมกลุ่มสารสนเทศในบัญชีรายจ่าย, บัญชีรายรับ, บัญชีเงินเดือน ฯลฯ โดยการใช้ข้อมูลที่ได้จากระบบประมวลผลรายการขององค์กรและการแก้ปัญหาทางบัญชีAccounting for financial flows, Payroll, Budgeting, โดยการใช้ระบบ Accounting system, Payroll system, Budgeting system, Accounts Receivable system มาใช้
ในการทำงาน

          ระบบสารสนเทศทรัพยากรบุคคล

          เป็นการเก็บสารสนเทศเกี่ยวกับบุคลากรต่างๆ ในหน่วยงาน หน้าที่หลักคือ
การคัดเลือกพนักงาน การวิเคราะห์สวัสดิการ ค่าใช้จ่ายบุคลากร ประวัติพนักงาน รวบรวมความสามารถทักษะของบุคลากร ระบบพัฒนาบุคลากร ระบบการกำหนดตำแหน่ง



          ระบบสารสนเทศบริหารงานบุคคล

          การวางแผนกำลังคน ,ทะเบียนประวัติ อัตรากำลังเงินเดือน ,พัฒนาบุคลากร ,ประเมินผล,สวัสดิการ ,HR Planning and Information Planning


          ระบบสารสนเทศการผลิต

          เป็นระบบสารสนเทศที่เกี่ยวกับ การวางแผน การควบคุม ติดตามการผลิตสินค้า การควบคุมคลังวัตถุดิบ ตารางการผลิต การควบคุมขบวนการผลิต การกำหนดราคา
ต้นทุนสินค้า การตรวจสอบคุณภาพสินค้า  การจัดส่งและการกระจายสินค้า

          ระบบสารสนเทศที่ใช้ในฝ่ายผลิต เช่น
          •ระบบบริหารการจัดซื้อ
          •ระบบควบคุมสินค้าคงคลัง
          •ระบบการจัดการผลิต
          •ระบบตรวจสอบคุณภาพ
          •ระบบควบคุมการผลิต
          •ระบบการออกแบบผลิตภัณฑ์
          •ระบบ MRP (Manufacturing Resource Planning)

          ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการด้านการตลาด

          จะสนับสนุนการทำงานด้านการบริหารการพัฒนาผลิตภัณฑ์, การกระจายผลิตภัณฑ์, การตัดสินใจเรื่องราคา, การโฆษณาผลิตภัณฑ์อย่างมีประสิทธิผลและ
การทำนายยอดขาย

          ระบบสารสนเทศการวิจัยและพัฒนา

          – เป็นการใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในการออกแบบ
          – การวิจัยและพัฒนาเทคนิคใหม่ๆในการผลิต

          เมื่อมีระบบ สารสนเทศแล้ว องค์กรหรือธุรกิจจะสามารถได้รับประโยชน์หลัก
2 ประการ ดังนี้
          1. สามารถประมวลผลสารสนเทศในลักษณะต่างๆ เช่น เป็นการประมวลผล
ระบบสารสนเทศเพื่อให้ได้ ผลลัพธ์นำมาใช้เฉพาะด้านเฉพาะส่วนหรือสามารถนำไปใช้
ประกอบการตัดสินใจของทั้งองค์กร ยกตัวอย่างเช่น หอพัก ย่อมต้องมีข้อมูลเกี่ยวกับ
ผู้อยู่อาศัยในการเข้า-ออก การจ่ายเงินค่าเช่า กรณีที่มีผู้เช่าเป็นจำนวนมาก ข้อมูลอาจสับสนหากไม่มีระบบการจัดเก็บข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ

          ดังนั้นเมื่อนำระบบคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยในการเก็บข้อมูล ก็จะสามารถ
ตรวจสอบ วัน เดือน ปี ค่าน้ำประปา ค่าไฟ ค่าเช่าห้องฯลฯ ได้อย่างรวดเร็ว ทำให้
ผู้เช่าเกิดความประทับใจ และเมื่อบริษัทมีข้อมูล ที่ถูกต้องจะสามารถป้องกัน
ความผิดพลาดในการคิดค่าเช่าได้


          2. ผู้บริหารสามารถใช้ผลผลลัพธ์ของระบบหรือสารสนเทศจากระบบ
ไปประกอบการ ตัดสินใจภายในหน่วยงานของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพและสามารถ
ทำรายงานสรุปเสนอผู้บริหารระดับสูงเพื่อผู้บริหารระดับสูงสามารถนำไปพิจารณา
ประกอบการวางแผนธุรกิจในอนาคตต่อไป