กล่องข้อความ: 1.      
1. การศึกษาการจัดองค์การ และการจัดการภายในของหน่วยธุรกิจเกษตร
 
1.1   ประเภทองค์การ
                 หน่วยธุรกิจเกษตร มีทางเลือกให้องค์การมีลักษณะ เป็นหรือไม่เป็นทางการก็ได้ มีเจ้าของคนเดียว หรือ เป็นกลุ่มคนก็ได้ ดังนั้นประเภทขององค์การที่จะเลือกใช้ ได้แก่ 
                                  1.เจ้าของคนเดียว
                                  2.ร่วมลงทุน (Joint venture)
  3.ห้างหุ้นส่วน
                 3.1 ห้างหุ้นส่วนไม่เป็นนิติบุคคล
                 3.2  ห้างหุ้นส่วนเป็นนิติบุคคล
3.2.1 ห้างหุ้นส่วนสามัญ
3.2.2 ห้างหุ้นส่วนจำกัด
 4.บริษัทจำกัด หรือ บริษัทมหาชน จำกัด
 5.สถาบันเกษตรกร ได้แก่ สหกรณ์ หรือ กลุ่มเกษตรกร
 6.รัฐวิสาหกิจ
                 อย่างไรก็ตาม การเลือกประเภทองค์การแบบใด ผู้บริหารหน่วยธุรกิจเกษตรนั้น ต้องเลือกให้เหมาะสมกับวิสัยทัศน์ และวัตถุประสงค์ในการประกอบธุรกิจ เพราะในแต่ละประเภทองค์การต่างมีข้อดีและข้อจำกัดที่แตกต่างกัน ตามเงื่อนไข เช่น การจดทะเบียนจัดตั้ง จำนวนเจ้าของ การเปลี่ยนเจ้าของ การบริหาร การทำนิติกรรม อายุธุรกิจ การรับภาระของเจ้าของ/ผู้บริหาร ความสามารถในการระดมเงิน และภาษี เป็นต้น 
 
1.2   รูปแบบโครงสร้างองค์การ 
                 รูปแบบโครงสร้างองค์การ ได้แก่
                      1.โครงสร้างองค์การตามหน้าที่ ( functional organizational structure)
                      2.โครงสร้างองค์การมุ่งตามกระบวนการ ( process organizational structure)
                      3.โครงสร้างองค์การมุ่งตามเขตภูมิศาสตร์  (geographic organizational structure)
                   4.โครงสร้างองค์การตามหน่วยธุรกิจแบบกระจายอำนาจ  (decentralized business units organizational structure)
                      5.โครงสร้างองค์การตามหน่วยธุรกิจเชิงกลยุทธ์ (strategic business units organizational structure) 
                      6.โครงสร้างองค์การแบบเมทริกซ์ ( matrix organizational structure)
 
                 การตัดสินใจเลือกโครงสร้างองค์การเป็นแบบใด ต้องคำนึงถึงขนาดธุรกิจและประเภทองค์การด้วย และควรคำนึงถึงลักษณะสำคัญของโครงสร้างองค์การในอนาคตด้วย คือ
                                  1.โครงสร้างองค์การจะแบนราบลง ให้มีสายบังคับบัญชาในแนวดิ่งน้อยลง
                                  2.มีขีดความสามารถในการเปลี่ยนแปลง การแข่งขัน และการเรียนรู้ที่เร็วมากขึ้น
                                  3.มีความร่วมมือมากขึ้น ทั้งภายในองค์การ และการสร้างระบบเครือข่าย
                                  4.มีการก้าวทันต่อการนำวิทยาการทันสมัยมาใช้ ทั้งเพื่อการสื่อสาร และระบบข้อมูลเพื่อการตัดสินใจ
 
1.3  การจัดการบุคลากรภายในหน่วยธุรกิจเกษตร
                 มีกิจกรรมที่ควรพิจารณา ดังนี้คือ
จำนวนและคุณสมบัติของบุคลากรที่ต้องการตามตำแหน่งงาน
   คุณสมบัติ : เพศ อายุ ระดับการศึกษา กายภาพ ประสบการณ์ ความสามารถพิเศษ เป็นต้น
   การจัดหา : แหล่งที่มา มาโดยวิธีใด
อัตราค่าจ้าง ผลตอบแทนพิเศษ และสวัสดิการ 
   อัตราค่าจ้าง : ลูกจ้างประจำ  ลูกจ้างชั่วคราว  ลูกจ้างรายวัน
   ผลตอบแทนพิเศษ : ค่าล่วงเวลา  ค่ารักษาพยาบาล ค่าประกันภัย ค่าที่พัก ค่าเดินทาง    
                      ค่า commission  ส่วนแบ่งการขาย ส่วนแบ่งค่าทิป
   สวัสดิการแรงงาน : กองทุนประกันสังคม กองทุนเงินทดแทน กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
                      โบนัส  เบี้ยขยัน ค่าครองชีพ ค่าอาหาร เสื้อผ้า/เครื่องแบบ บริการรถรับส่ง ค่า
                      เช่า บ้าน/หอพัก สวัสดิการร้านค้า
   สวัสดิการนันทนาการ :  ทัศนาจร  การแข่งกีฬา เลี้ยงสังสรรค์ตามโอกาสพิเศษ ห้องพั
                      ผ่อนสำหรับลูกจ้าง เป็นต้น
   สวัสดิการการพัฒนาตนเองของลูกจ้าง : การศึกษานอกเวลางาน การฝึกอบรม ห้องสมุดเป็นต้น
   สวัสดิการช่วยเหลือครอบครัวลูกจ้าง : ค่ารักษาพยาบาล ค่าเล่าเรียนบุตร งานบวช งานแต่งงาน งานฌาปนกิจ เป็นต้น
 
1.4 การวิเคราะห์ทางด้านการจัดการองค์การ
                 ผลการวิเคราะห์จะให้คำตอบเกี่ยวกับ
โครงการควรจะมีการจัดการองค์การอย่างไร 
โครงการควรจะมีการจัดการทรัพยากรมนุษย์อย่างไร จึงมีประสิทธิภาพในการทำงาน 
ข้อมูลที่จำเป็นต่อการวิเคราะห์การจัดการองค์การ   ได้แก่ ระบบการทำงาน โครงสร้างองค์การ ขอบเขตและหน้าที่ในการทำงาน การฝึกอบรมบุคลากร การจัดการผลตอบแทนและสวัสดิการพนักงาน เป็นต้น 
                                                                                                                                     [ด้านบน]

กล่องข้อความ:  
       บทที่  4   การศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้ง        หน่วยธุรกิจเกษตร

กล่องข้อความ: คณะเศรษฐศาสตร์ |  ภาควิชาเศรษฐศาสตร์เกษตรและทรัพยากร  |  สาขาวิชาธุรกิจการเกษตร | 
 
 
 
 
         คณะเศรษฐศาสตร์ |  ภาควิชาเศรษฐศาสตร์เกษตรและทรัพยากร  |  สาขาวิชาธุรกิจการเกษตร |    คณะเศรษฐศาสตร์ |  ภาควิชาเศรษฐศาสตร์เกษตรและทรัพยากร  |  สาขาวิชาธุรกิจการเกษตร |    คณะเศรษฐศาสตร์ |  ภาควิชาเศรษฐศาสตร์เกษตรและทรัพยากร  |  สาขาวิชาธุรกิจการเกษตร | 

กล่องข้อความ:    2 การศึกษาการจัดการด้านแหล่งเงินทุน
 
                 2.1 การประมาณความต้องการเงินทุน
                 ความจำเป็นที่ต้องมีการวางแผนด้านแหล่งเงินทุน เพราะ
                                  1.ทราบถึงปริมาณเงินลงทุนและเงินดำเนินการที่ต้องการ 
2.จัดทำแผนการจัดหาเงินทุน และการใช้ไปของเงิน ให้สอดคล้องกันทั้งใน ปริมาณเงินและเวลา ที่ต้องการ
3.สามารถติดตาม / ดูแล เพื่อควบคุมการใช้เงินที่คาดว่าจะเกิดขึ้นตามแผนงานของโครงการได้โดยไม่มีปัญหาด้านสภาพคล่องทางการเงิน
                 การประมาณการความต้องการเงินลงทุน

กล่องข้อความ: ดังนั้นการประมาณด้านเงินทุนของโครงการ จึงต้องพิจารณาจาก
                                  ก. ค่าใช้จ่ายในช่วงริเริ่มโครงการ
                                  เป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นนับตั้งแต่เกิดความคิดริเริ่มโครงการ ซึ่งจะเป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่จะทำให้โครงการเกิดขึ้น เช่น ค่าการศึกษาความเป็นไปได้โครงการ ค่าจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคล ค่าธรรมเนียมต่างๆ ทางกฎหมาย  ค่าใช้จ่ายในการประชุมและการติดต่องาน ฯลฯ โดยทั่วไปค่าใช้จ่ายนี้ จะเรียกว่า ค่าใช้จ่ายรอการตัดบัญชี ปรากฏอยู่ในงบดุล รายการทรัพย์สินอื่นๆ (Other Assets) ซึ่งเป็นทรัพย์สิน ประเภท Intangible Assets โดยจะทำการตัดออกจากบัญชีแบบที่เรียกว่า Amortization
 
                                  ข. ค่าลงทุนในทรัพย์สิน
                                  การลงทุนในทรัพย์สินที่กล่าวถึงนี้  เป็นทรัพย์สินที่ปรากฏอยู่ในงบดุล รายการทรัพย์สินคงที่ (Fixed Assets) ซึ่งเป็นทรัพย์สิน ประเภท Tangible Assets โดยจะทำการตัดออกจากบัญชี ด้วยค่าเสื่อมราคา (Depreciation) ประเภทของทรัพย์สินคงที่ ที่โครงการจะต้องทำการลงทุน ได้แก่ ค่าที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง เครื่องจักรกล/อุปกรณ์/เครื่องมือที่มีอายุการใช้งาน
 
                                  ค. เงินทุนดำเนินการที่ต้องการใช้
(1).ข้อมูลจากส่วนงานการจัดการ จะถูกนำมาบันทึกในบัญชีงบรายได้รายจ่าย(Income Statement) ที่เรียกว่า ค่าใช้จ่ายในการบริหาร (Administrative Expenses) 
(2).ข้อมูลจากส่วนงานการตลาด จะถูกนำมาบันทึกในบัญชีงบรายได้รายจ่าย(Income Statement) ที่เรียกว่า ค่าใช้จ่ายในการตลาดและการขาย (Marketing and Selling Expenses) 
                                                (3).ข้อมูลจากส่วนงานการผลิต จะถูกนำมาบันทึกในบัญชีงบรายได้รายจ่าย(Income Statement) ที่เรียกว่า ต้นทุนการผลิต (Production Cost) หรือต้นทุนการผลิตในโรงงาน (Manufacturing Cost) หรือต้นทุนสินค้าขาย(Cost of Goods Sold) ตามแต่ลักษณะของการได้มาซึ่งสินค้าเพื่อการจำหน่าย
 
                 อย่างไรก็ตามเป็นที่น่าสังเกตว่า เงินทุนดำเนินการมีการใช้อยู่ในช่วง 2 ระยะ คือ ระยะก่อนที่จะมีการดำเนินกิจกรรมขาย และระยะที่มีรายได้จากการขายเข้ามา ดังนั้นในการประมาณความต้องการเงินทุนของโครงการ จึงต้องพิจารณาในภาพรวมทั้งหมด คือ การประมาณการเงินลงทุนโครงการ และการคาดคะเนรายได้และรายจ่ายจากการดำเนินโครงการ โดยการจัดทำงบประมาณงบการเงินประเภทต่าง ๆ ที่มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกัน
 
                 2.2 แหล่งเงินทุน
                 การจัดหาเงินทุนจากแหล่งใด  ขึ้นอยู่กับนโยบายการระดมเงินทุนของโครงการ ซึ่งข้อมูลจะปรากฏบันทึกไว้ในบัญชีงบดุล (Balance Sheet)  โดยระดมทุนมาจาก
 
ก.การกู้ยืมเงิน ซึ่งเกณฑ์การพิจารณามีทั้ง
แหล่งเงินกู้  : แหล่งเงินกู้ในระบบ และ/หรือแหล่งเงินกู้นอกระบบ
ประเภทเงินกู้ : เงินกู้เบิกเงินบัญชี  เงินกู้ระยะสั้น และ/หรือเงินกู้ระยะยาว
หลักประกันเงินกู้ :  เงินกู้ที่มีหลักประกัน และ/หรือเงินกู้ไม่มีหลักประกัน
 
                    ต้นทุนเงินทุน (Cost of Fund) จากการกู้ยืมจะถูกนำมาบันทึกในบัญชีงบรายได้รายจ่าย(Income Statement) ที่เรียกว่า Financial Cost ซึ่งก็คือค่าดอกเบี้ยจ่าย อันเกิดจาการกู้ยืมเงินมาใช้ในการลงทุนและดำเนินงานตามโครงการ 
 
                    ค่าใช้จ่ายจะเป็นเท่าใดขึ้นอยู่กับ วงเงินที่กู้ยืม อัตราดอกเบี้ย และข้อตกลงในการผ่อนชำระ  ทั้งนี้ภาระหนี้ที่เกิดขึ้นจะถูกนำมาบันทึกไว้ใน บัญชีงบดุล (Balance Sheet) เพื่อแสดงฐานะทางการเงินด้วย
 
                                  ข.ส่วนทุนของผู้เป็นเจ้าของ ได้แก่ หุ้นบุริมสิทธิ์ และ/หรือหุ้นสามัญ ต้นทุนเงินทุน (Cost of Fund) จากส่วนหุ้น คือเงินปันผลหุ้น ในกรณีหุ้นบุริมสิทธิ์ จะต้องจ่ายตามเงื่อนไขที่ได้ประกาศไว้ตอนจำหน่ายหุ้น  ส่วนหุ้นสามัญจะจ่ายในอัตราเท่าใดจะเป็นไปตามนโยบายการปันผลหุ้นตามมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น 
                                                                                                                                                     [ด้านบน]
                       Copyright © 2004 AP.Nongnuch A. All rights reserved

 

 

การจัดการธุรกิจการเกษตร
คำอธิบายเนื้อหาวิชา
บทที่ 1  ระบบธุรกิจการเกษตรของ   
  ประเทศไทยและความสัมพันธ์
  ของฝ่ายสนับสนุนที่เกี่ยวข้อง
บทที่ 2  สภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง
  กับงานธุรกิจการเกษตรและการวิ
  เคราะห์
บทที่ 3 การกำหนดแผนกลยุทธ์ ของ
  หน่วยธุรกิจเกษตร
บทที่ 4 การศึกษาความเป็นไปได้ใน
  การจัดตั้งหน่วยธุรกิจเกษตร
1 การศึกษาการจัดองค์การ และการจัดการภายในของหน่วยธุรกิจเกษตร
2 การศึกษาการจัดการด้านแหล่งเงินทุน
คำถามประเมินผลหลังการเรียน
บทที่ 5 การศึกษาความเป็นไปได้ใน
  การจัดการหน่วยธุรกิจเกษตร
บทที่ 6 การวิเคราะห์ความเป็นไปได้
  ของโครงการทางการเงินและ
  ความอ่อนไหวของโครงการ
บทที่ 7 การประเมินผลหน่วยธุรกิจ
  เกษตร

 

 
Download
เอกสารอ่านประกอบ