กล่องข้อความ:                                                1. สภาพแวดล้อมของหน่วยธุรกิจเกษตร
 
                 1.1 บทบาทของสภาพแวดล้อมที่มีต่อหน่วยธุรกิจเกษตร
                 ในการจัดการหน่วยธุรกิจเกษตร กิจกรรมต่าง ๆ ที่ต้องกระทำเป็นเรื่องของความพยายามที่จะควบคุม
ความเสี่ยงของหน่วยธุรกิจให้น้อยที่สุด แต่การดำเนินงานของหน่วยธุรกิจเกษตรมีระดับความเสี่ยงโดยพื้นฐานสูง
กว่าธุรกิจประเภทอื่น ๆ อันเนื่องมาจากสินค้าเกษตรเป็นสินค้าที่มีความเสี่ยงและความไม่แน่นอนทั้งทางด้าน
การผลิตและการตลาด จึงเป็นเรื่องที่ควรจะต้องตระหนักถึงบทบาทของสภาพแวดล้อมที่มีต่อหน่วยธุรกิจเกษตร
 ซึ่งได้แก่ 
 
1. สภาพที่เป็นอยู่และที่เปลี่ยนแปลงไปของสภาพแวดล้อมเป็นข้อมูลของหน่วยธุรกิจเกษตร ทั้งข้อมูล
 Inflow และ Outflow คือ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

กล่องข้อความ:  
บทที่ 2 สภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับงานธุรกิจการเกษตร
และการวิเคราะห์

กล่องข้อความ: คณะเศรษฐศาสตร์ |  ภาควิชาเศรษฐศาสตร์เกษตรและทรัพยากร  |  สาขาวิชาธุรกิจการเกษตร | 
 
 
 
 
  คณะเศรษฐศาสตร์ |  ภาควิชาเศรษฐศาสตร์เกษตรและทรัพยากร  |  สาขาวิชาธุรกิจการ       เกษตร |    คณะเศรษฐศาสตร์ |  ภาควิชาเศรษฐศาสตร์เกษตรและทรัพยากร  |  สาขาวิชาธุรกิจการเกษตร |    คณะเศรษฐศาสตร์ |  ภาควิชาเศรษฐศาสตร์เกษตรและทรัพยากร  |  สาขาวิชาธุรกิจการเกษตร | 

กล่องข้อความ:    2.สภาพแวดล้อมเป็นปัจจัยที่มีผลต่อการกำหนดแผนกลยุทธ์ของหน่วยธุรกิจเกษตร เพราะหน่วยธุรกิจเกษตรต้องการรับความเสี่ยงน้อยที่สุด และคาดหวังการทำกำไรจากภาวะสภาพแวดล้อมที่เป็นอยู่ และ/หรือที่เปลี่ยนแปลงไป
 
สภาพแวดล้อม
สภาพแวดล้อมมีความเสี่ยงต่ำ
สภาพแวดล้อมมีความเสี่ยงสูง
ที่เป็นอยู่
ต้องเกาะกุมโอกาส
ปรับแผนกลยุทธ์ : แก้ไข
ที่จะเปลี่ยนแปลงไป
ปรับแผนกลยุทธ์ : ปกป้อง
แก้ไขสถานการณ์อุปสรรค
              1.2 ประเภทของสภาพแวดล้อมของหน่วยธุรกิจเกษตร
 
                                  ก.สภาพแวดล้อมภายนอก  (External Environment) เป็นปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้
(Uncontrollable Factor) จำแนกออกเป็น
          สภาพแวดล้อมจุลภาค  (Micro Environment) หมายถึง สภาพแวดล้อมที่มีผลโดยตรงต่อหน่วยธุรกิจแต่ละหน่วย ซึ่งหน่วยธุรกิจคนละกิจการกัน จะมีผลกระทบจากสภาพแวดล้อมจุลภาคที่ต่างกัน มีระดับความรุนแรงของผลกระทบมาที่หน่วยธุรกิจนั้นๆ ต่างกันด้วยแต่มีประเภทปัจจัยแวดล้อมจุลภาคที่ต้องพิจารณาและวิเคราะห์เหมือนกัน  ได้แก่ 
        (1) ผู้จำหน่ายปัจจัยการผลิตให้ (Supplier) 
        (2) คู่แข่งขันทางการค้า (Competitor)
        (3) พันธมิตรทางการค้า (Alliance) : พ่อค้าคนกลาง ผู้ผลิตสินค้าที่ใช้ประกอบกัน 
        (4) ผู้ให้บริการขนส่ง 
        (5) ผู้ให้บริการเก็บรักษา
        (6) ลูกค้า (Customer)
        (7) องค์การอื่นที่เกี่ยวข้อง : สถาบันการเงิน สถาบันการประกันภัย สื่อมวลชน สถาบันการศึกษา  
        (8) หน่วยงานของรัฐ สมาคม ชมรม หอการค้า มูลนิธิ
    
          สภาพแวดล้อมมหภาค  (Macro Environment) หมายถึง สภาพแวดล้อมที่มีผลกระทบต่อทุกหน่วยธุรกิจ แต่ในแต่ละหน่วยธุรกิจจะมีระดับความรุนแรงของผลกระทบต่างกัน ไปตามชนิดสินค้าเกษตรด้วยโดยมีประเภทปัจจัยแวดล้อมมหภาคที่ต้องพิจารณา และวิเคราะห์ ได้แก่
         (1) ภาวะเศรษฐกิจ : ภาวะเงินเฟ้อ ภาวะเงินฝืด ค่าครองชีพ อำนาจซื้อ รายได้ รูปแบบการใช้จ่าย การออม สินเชื่อ เป็นต้น
         (2) กฎหมาย : กฎหมายธุรกิจ ระเบียบข้อบังคับเฉพาะสินค้า การคุ้มครองผู้บริโภค ภาษีอากร เป็นต้น
         (3) นโยบายของรัฐและการเมือง : ลัทธิทางการเมือง นโยบายการบริหารประเทศ เป็นต้น
         (4) สภาพการแข่งขันทางการค้า และข้อตกลงการค้าระหว่างประเทศ : WTO, FTA, AFTA เป็นต้น  
         (5) ทรัพยากรธรรมชาติ : อากาศ น้ำ ดิน ป่าไม้ แร่ธาตุ น้ำมัน ถ่านหิน เป็นต้น
         (6) เทคโนโลยี : เทคโนโลยีการผลิตและเทคโนโลยีหลังเก็บเกี่ยว เทคโนโลยีชีวภาพ และพันธุวิศวกรรม เทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นต้น
         (7) สังคมและวัฒนธรรม: ความเชื่อ ค่านิยม ประเพณี เป็นต้น
         (8) ประชากรศาสตร์ : เพศ อายุ รายได้ รสนิยม เป็นต้น
         (9) สภาวะธรรมชาติ : ดิน น้ำ ภูมิอากาศ โรค-แมลงระบาด เป็นต้น
 
                                  ข.สภาพแวดล้อมภายใน (Internal Environment) เป็นปัจจัยที่ควบคุมได้
(Controllable Factor)  ได้แก่ 
          (1) ลักษณะทั่วไปของธุรกิจ : สินค้าและผลิตผลพลอยได้ที่จัดจำหน่าย 
          (2) การกำหนดตำแหน่งองค์การ และวิสัยทัศน์องค์การ
          (3) ทรัพยากรองค์การ : ทรัพยากรมนุษย์ เงินทุน เครื่องมือเครื่องจักรและอุปกรณ์ เทคโนโลยีที่เลือกใช้
          (4) ลักษณะเฉพาะของธุรกิจ : โครงสร้างองค์การ ลักษณะเฉพาะด้านทางการตลาด การผลิต การวิจัยและพัฒนา และความชำนาญ/เชี่ยวชาญเฉพาะ
                       
                                                                                                              [ด้านบน]
                                                                                                                                         
                                 

กล่องข้อความ:      
       2. การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมของหน่วยธุรกิจเกษตร : สภาพแวดล้อมภายนอก
 
2.1   แนวคิดการประเมินสภาวะแวดล้อมภายนอก
                 ต้องเริ่มจากการพยากรณ์อนาคตก่อน ว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางใด จากนั้นหน่วยธุรกิจจึงทำการประเมินสภาวะแวดล้อมที่จะเป็นโอกาสหรือข้อจำกัดขององค์การ 
 
                 1. การพยากรณ์ถึงสิ่งเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
                 วิธีการพยากรณ์ ได้แก่ 
ก.การใช้วิธีเชิงปริมาณ โดยใช้วิธี คณิตศาสตร์ สถิติ และ เศรษฐมิติ 
ข.การใช้วิธีเชิงคุณภาพ โดยใช้ประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ และการระดมความคิด
 
                 2.วิธีการประเมินโอกาสและข้อจำกัดของหน่วยธุรกิจ
เครื่องมือที่ใช้ คือ การวัดระดับคะแนนความสามารถในการตอบสนองต่อปัจจัยแวดล้อมภายนอก ซึ่งจะบอกถึงระดับความสามารถในการตอบสนองต่อโอกาสหรือข้อจำกัดของหน่วยธุรกิจ 
 
ตัวอย่างตารางที่ใช้ในการคำนวณ
 
ปัจจัย
(1)
ให้น้ำหนักคะแนนปัจจัย
(2)
ให้คะแนนธุรกิจ
(3)
ค่าคะแนนถ่วงน้ำหนัก
(4)
ข้อมูลประกอบที่ควรพิจารณา
สภาพแวดล้อมจุลภาค
       S an
 
S an xn
 
ผู้จำหน่ายปัจจัยการผลิตให้
a1
 
x1
a1x1
 
คู่แข่งขันทางการค้า
a2
 
x2
a2x2
 
พันธมิตรทางการค้า
a3
 
x3
a3x3
 
ลูกค้า
a4
 
x4
a4x4
 
องค์การอื่นที่เกี่ยวข้อง
a5
 
x5
a5x5
 
สภาพแวดล้อมมหภาค
       S bm
 
S bm xn
 
ภาวะเศรษฐกิจ
b1
 
x6
b1x6
 
กฎหมาย
b2
 
x7
b2x7
 
นโยบายของรัฐและการเมือง
b3
 
x8
b3x8
 
สภาพการแข่งขันทางการค้า
b4
 
x9
b4x9
 
ข้อตกลงการค้าระหว่างประเทศ
b5
 
x10
b5x10
 
ทรัพยากรธรรมชาติ
b6
 
x11
b6x11
 
เทคโนโลยี
b7
 
x12
b7 x12
 
สังคมและวัฒนธรรม
b8
 
x13
b8x13
 
ประชากรศาสตร์
b9
 
x14
b9x14
 
สภาวะธรรมชาติ
b10
 
x15
b10x15
 
รวม
        1.00
 
S an xn + S bm xn
 
 ที่มา : นงนุช อังยุรีกุล.2547
 
หมายเหตุ
                 (1) การให้น้ำหนักคะแนนปัจจัย กำหนดให้ผลรวมของคะแนนทั้งหมดที่มีผลมาจากปัจจัยสภาพแวดล้อมจุลภาคและมหภาค เท่ากับ 100% หรือ 1.00 ดังนั้นคะแนนของแต่ละปัจจัยจะถูกกำหนดตามความสำคัญที่มีผลกระทบต่อธุรกิจประเภทนั้น หากมีความสำคัญต่อธุรกิจประเภทนั้นมากก็จะได้น้ำหนักคะแนนมากด้วย
                 (2) การให้คะแนนธุรกิจ ในแต่ละปัจจัย หน่วยธุรกิจจะให้คะแนนในความสามารถของกิจการในการตอบสนองต่อโอกาสหรือข้อจำกัด โดยให้คะแนนอยู่ในช่วง 1-5 คะแนน คือ ถ้าหน่วยธุรกิจมีความสามารถสูงสุดในปัจจัยนั้นๆให้ 5 คะแนน และถ้าต่ำสุดให้ 1 คะแนน
                 (3) ค่าคะแนนถ่วงน้ำหนัก เป็นผลคูณจาก (1) * (2) ในแต่ละปัจจัย และผลรวมของคะแนนถ่วงน้ำหนักที่หน่วยธุรกิจสามารถตอบสนองต่อโอกาสหรือข้อจำกัดจากสภาพแวดล้อมจุลภาคและมหภาค จะนำมาอ่านค่าระดับความสามารถ ด้วยการจัดทำสเกลคะแนน เช่นการใช้ Likert Scale ตัวอย่างเช่น แบ่งระดับชั้นความสามารถออกเป็น 5 ระดับชั้น สเกลจะเป็นดังนี้
1.00 – 1.80 หมายถึง มีความสามารถในระดับต่ำมาก
1.81 – 2.60 หมายถึง มีความสามารถในระดับต่ำ
2.61 – 3.40 หมายถึง มีความสามารถในระดับปานกลาง
3.41 – 4.20 หมายถึง มีความสามารถในระดับดี
4.21 – 5.00 หมายถึง มีความสามารถในระดับดีมาก
 
                 ถ้าผลจากการคำนวณ(S an xn + S bm xn ) ถ้าคำนวณได้เท่ากับ 3.46 หมายถึง หน่วยธุรกิจสามารถตอบสนอง ต่อโอกาสหรือข้อจำกัดจากสภาพแวดล้อมภายนอกได้ในระดับดี
                 (4) ข้อมูลประกอบที่ควรพิจารณา เป็นรายละเอียดที่จะต้องมีการอธิบายในแต่ละปัจจัยถึงคะแนนที่หน่วยธุรกิจได้ ตามข้อ (2) และค่าที่คำนวณได้ตามข้อ (3) ว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ข้อมูลนี้จะแสดงถึงสภาพที่หน่วยธุรกิจเป็นอยู่และแสดงถึงเหตุและผลที่ปรากฏ เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการกำหนดกลยุทธ์ต่อไป
 
2.2   แนวคิดการวิเคราะห์อุตสาหกรรมและสภาวะการแข่งขัน
                 ประเด็นสำคัญที่ต้องทำการวิเคราะห์ ได้แก่
                 1. สภาพเศรษฐกิจของอุตสาหกรรมนั้น ๆ เช่น 
ขนาดตลาดและจำนวนหน่วยธุรกิจของอุตสาหกรรมนั้น ๆ       
อัตราการเติบโตของตลาด                
ความยากง่ายในการเข้าสู่อุตสาหกรรม
กำลังการผลิตรวมและกำลังการผลิตจริงของอุตสาหกรรม        
ความสามารถในการทำกำไร และการครองตลาด
ลักษณะความได้เปรียบเนื่องจากขนาด
ลักษณะความได้เปรียบเนื่องจากการดำเนินงานที่ความเชื่อมโยง/ครือข่าย
ความรวดเร็วของการพัฒนาเทคโนโลยี
ลักษณะของสินค้าและบริการ            
นวัตกรรมของสินค้าและบริการ
ขนาดเงินลงทุน
 
                 2.สภาพการแข่งขันตามพัฒนาการของวงจรชีวิตของอุตสาหกรรม (Industry Life-Cycle)
 
                 3. ปัจจัยผลักดัน(Driving Forces)ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพการแข่งขัน 
การเปลี่ยนแปลงของอัตราการเติบโตของอุตสาหกรรมในระยะยาว
การเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภค 
นวัตกรรมของสินค้าและบริการ
การเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนาการด้านเทคโนโลยี
นวัตกรรมของการตลาด
การมีสารสนเทศที่ทั่วถึง
ความเป็นสากลของอุตสาหกรรม
การเปลี่ยนแปลงของกฎหมาย การเมือง เศรษฐกิจและสังคม
 
                 4. การวิเคราะห์สภาพแรงผลักดันในการแข่งขันของอุตสาหกรรม
                 เครื่องมือที่ใช้                Porter’s Five-Forces Model

กล่องข้อความ: ที่มา : นงนุช อังยุรีกุล (2547) ปรับปรุงภาพจากแนวคิดของ Micheal E. Porter
 
                 6.การวิเคราะห์ความได้เปรียบโดยเปรียบเทียบของอุตสาหกรรม

                 เครื่องมือที่ใช้  ค่าดัชนีความได้เปรียบโดยเปรียบเทียบที่ปรากฏ (Revealed Comparative Advantage Index :RCA ) ของประเทศนั้น ๆ และของประเทศอื่นๆ แต่ละประเทศที่เป็นประเทศคู่แข่งขันที่นำมาพิจารณาเปรียบเทียบด้วย  ตามแนวคิดและวิธีการของ Bella Balassa (1989)  คำนวณจาก 
 
 
 
กำหนดให้
X i / X คือ อัตราส่วนระหว่างมูลค่าการส่งออกสินค้า i โดยประเทศ X กับมูลค่าการส่งออกทั้งหมดของประเทศ X 
 
 
 
 
 

กล่องข้อความ: W i / W คือ อัตราส่วนระหว่างมูลค่าการส่งออกสินค้า i ของโลก กับมูลค่าการส่งออกทั้งหมดของโลก
 
หลักเกณฑ์ที่ใช้ในการพิจารณาค่าดัชนีความได้เปรียบโดยเปรียบเทียบที่ปรากฏ ของสินค้าชนิดใดชนิดหนึ่งระหว่างประเทศที่ทำการส่งออกด้วยกัน ถ้าค่าที่คำนวณได้มีค่ามากกว่า 1 แสดงว่าประเทศนั้นมีความได้เปรียบโดยเปรียบเทียบในการผลิตสินค้าชนิดนั้นๆ เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นโดยรวมของโลก ถ้าน้อยกว่า 1 แสดงว่าประเทศนั้นมีความเสียเปรียบโดยเปรียบเทียบ 
 
2.3 แนวคิดการวิเคราะห์คู่แข่งขัน 
 
                 1. การประเมินหาคู่แข่งขันเป้าหมายของหน่วยธุรกิจ
                 ในทางปฏิบัติหน่วยธุรกิจแต่ละแห่งในอุตสาหกรรมมีความแตกต่างกัน ในกลยุทธ์ต่างๆที่เลือกใช้ ได้แก่ ช่องทางการจำหน่าย คุณภาพสินค้า ความเป็นผู้นำทางเทคโนโลยี การตั้งราคา การให้บริการ  นโยบายการโฆษณา เป็นต้น ในขณะเดียวกันก็มีความเหมือนกัน ในกลยุทธ์ต่างๆ ที่เลือกใช้ ได้แก่ มีสายผลิตภัณฑ์ใกล้เคียงกัน  กิจการมีธุรกิจด้านต่างๆครอบคลุมในด้านต่าง ๆ พอๆกัน  บริการหลังการขายคล้ายกัน ใช้เทคโนโลยีเดียวกัน  ราคาขายและคุณภาพใกล้เคียงกัน ดังนั้นจึงมีจับกลุ่มกลยุทธ์พื้นฐานที่แต่ละหน่วยธุรกิจใช้  ถ้าใช้กลยุทธ์พื้นฐานเหมือนกัน จะอยู่ใน Strategic group เดียวกัน แล้วจัดทำแผนที่กลุ่มกลยุทธ์(Strategic Group Mapping) เพื่อดูว่าในแต่ละกลุ่มมีหน่วยธุรกิจใดแข่งขันอยู่ด้วยกันบ้าง (Thompson และคณะ,1996) ทำให้ทราบได้ว่าหน่วยธุรกิจที่กำลังศึกษาอยู่มีใครบ้างเป็นคู่แข่งขันเป้าหมาย และหน่วยธุรกิจใดเป็นหน่วยธุรกิจที่ดีที่สุด(The Best) ที่ใช้ในการทำ Benchmark

กล่องข้อความ: ที่มา Micheal E. Porter 
5.การวิเคราะห์ความสามารถในการแข่งขันทางการค้าระดับโลกของอุตสาหกรรม
                 เครื่องมือที่ใช้                Porter’s Diamond Model โดยกำหนดความได้เปรียบทางการแข่งขันจากปัจจัย 4 ปัจจัย ที่มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน และปัจจัยที่มีผลกระทบอีก 2 ปัจจัยคือ ภาครัฐ (Government) และสถานการณ์ที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ (Chance)  หากความเชื่อมโยงปรากฏผลแสดงซึ่งความร่วมมือ การสนับสนุน หรือการใช้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้ ก็จะหมายถึงอุตสาหกรรมนั้น ๆ หรือประเทศนั้น ๆ มีความได้เปรียบในการแข่งขัน

กล่องข้อความ:                 2. การประเมินความสามารถของคู่แข่งขัน
เครื่องมือที่ใช้ คือ การวัดระดับคะแนนความสามารถในการตอบสนองต่อปัจจัยแวดล้อมภายนอกของหน่วยธุรกิจ การประเมินจะเปรียบเทียบระหว่างหน่วยธุรกิจกับคู่แข่งเป้าหมาย และเปรียบเทียบกับภาพรวมของอุตสาหกรรม การวัดระดับใช้แนวทางตามข้อ 2.1 หัวข้อที่ (2)
 
ตัวอย่างตารางที่ใช้ในการคำนวณเพื่อประเมินความสามารถของคู่แข่งขัน
 
 
(1)
บริษัท ของเรา จำกัด
บริษัท คู่แข่ง จำกัด
ภาพรวมอุตสาหกรรม
ปัจจัย
ให้น้ำหนักคะแนนปัจจัย
(2)
ให้คะแนนธุรกิจ
(3)
ค่าคะแนนถ่วงน้ำหนัก
(2)
ให้คะแนนธุรกิจ
(3)
ค่าคะแนนถ่วงน้ำหนัก
(2)
ให้คะแนนธุรกิจ
(3)
ค่าคะแนนถ่วงน้ำหนัก
สภาพแวดล้อมจุลภาค
 
 
 
 
 
 
 
 
 
สภาพแวดล้อม
มหภาค
 
 
 
 
 
 
 
 
 
รวม
1.00
………….
………….
………….
 
ที่มา : นงนุช อังยุรีกุล.2547
หมายเหตุ : วิธีการคำนวณ ดูหัวข้อย่อยที่ 2.วิธีการประเมินโอกาสและข้อจำกัดของหน่วยธุรกิจ
 
                                                                                                                                                     [ด้านบน]

กล่องข้อความ:                              3. การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมของหน่วยธุรกิจเกษตร : สภาพแวดล้อมภายใน
 
3.1 แนวคิดการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายใน
                 ประเด็นในการวิเคราะห์ มีมุมมองในหลายมิติ ได้แก่
 
                                  1.การวิเคราะห์ตามสายงาน ( Functional Analysis )
ฝ่ายการตลาด ทำการวิเคราะห์เกี่ยวกับ  STP การวิเคราะห์ส่วนประสมทางการตลาด (Marketing Mix) เป็นต้น
ฝ่ายการเงิน/บัญชี ทำการวิเคราะห์เกี่ยวกับ Investment ,  Financing, Capital Structure, Working Capital  Financial Analysis เป็นต้น
ฝ่ายการผลิต ทำการวิเคราะห์เกี่ยวกับ Job Shop / Process, Raw Material  Procurement , Operational Process , Quality Control, Economy of Scale, Facilities and Equipment, Manufacturing Capability, Capacity, Inventory Management เป็นต้น
ฝ่ายทรัพยากรบุคคล ทำการวิเคราะห์เกี่ยวกับ  Job Description, Job Specification, Recruitment System, ระบบเงินเดือนและสวัสดิการ สหภาพแรงงาน อัตราการลาออก อัตราการขาดงาน การประเมินผลงานปฏิบัติการ การพัฒนาและฝึกอบรม เป็นต้น                       
ฝ่ายบริหารและจัดการ ทำการวิเคราะห์เกี่ยวกับ  Management Function, Corporate Culture, Cross Culture Management เป็นต้น
ฝ่ายวิจัยและพัฒนา ทำการวิเคราะห์เกี่ยวกับ  การวิจัยขั้นพื้นฐาน การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์  การวิจัยและพัฒนากระบวนการ เป็นต้น
 
                 2.การวิเคราะห์ตาม 7s (McKinsey 7s Framework)
                                  มาจากแนวคิดที่ว่าประสิทธิภาพของหน่วยธุรกิจขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ของปัจจัย 7 ประการ ว่ามีลักษณะและสภาพการเชื่อมโยงกันอย่างไร ซึ่งได้แก่ Strategy, Structure, Systems, Style, Staff, Skills และ Shared Value
 
                                  3.การวิเคราะห์ด้วยห่วงโซ่แห่งคุณค่า  ( Value Chain Analysis )      

กล่องข้อความ:                  4.การวิเคราะห์ตามแนวคิดความสามารถหลัก ( Core Competency )
                                  ความสามารถหลัก หรือความเชี่ยวชาญหลัก มีเกณฑ์การพิจารณา ได้แก่
                        เกณฑ์ที่ 1  เป็นสิ่งที่ลูกค้าสามารถรับรู้ได้
                        เกณฑ์ที่ 2  เป็นสิ่งที่นำมาซึ่งโอกาสในการเข้าสู่ตลาด
                        เกณฑ์ที่ 3  เป็นสิ่งที่ลอกเลียนแบบได้ยาก
                        เกณฑ์ที่ 4 เป็นสิ่งที่ประสานและรวบรวมทักษะ ความสามารถและทรัพยากรภายในหน่วยธุรกิจเข้าด้วยกัน
                        เกณฑ์ที่ 5 เป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมที่มีพื้นฐานมาจากความรู้และความสามารถเฉพาะ
 
3.2   แนวคิดการประเมินจุดแข็งและจุดอ่อนของหน่วยธุรกิจ
                 เป็นการประเมินจุดแข็ง(Strengths) และ จุดอ่อน (Weaknesses) ของหน่วยธุรกิจ โดยการวัดระดับคะแนนความสามารถในการตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมภายใน ซึ่งจะบอกถึงระดับความแข็งแกร่งของหน่วยธุรกิจ ตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมภายใน ซึ่งจะบอกถึงระดับความแข็งแกร่งของหน่วยธุรกิจ 
ตัวอย่างตารางที่ใช้ในการคำนวณ
 
 
ปัจจัย
(1)
ให้น้ำหนักคะแนนปัจจัย
(2)
ให้คะแนนธุรกิจ
(3)
ค่าคะแนนถ่วงน้ำหนัก
(4)
ข้อมูลประกอบที่ควรพิจารณา
กิจกรรมการตลาด
           S an
 
S an xn
 
(จำแนกรายประเด็น n ประเด็น)
a1
 
x1
  a1x1
 
กิจกรรมการเงิน/บัญชี
 
S bm
 
S bm xn
 
(จำแนกรายประเด็น m ประเด็น)
b1
 
x2
  b1x2
 
กิจกรรมทรัพยากรมนุษย์
 
S cp
 
S cp xn
 
(จำแนกรายประเด็น p ประเด็น)
c1
 
X3
  c1x3
 
กิจกรรมการบริหารองค์การ
 
S dr
 
S dr xn
 
(จำแนกรายประเด็น r ประเด็น)
d1
 
x4
  d1x4
 
กิจกรรมการผลิต
       S es
 
S es xn
 
(จำแนกรายประเด็น s ประเด็น)
e1
 
x5
  e1x5
 
รวม
            1.00
 
                  S
 
ที่มา : นงนุช อังยุรีกุล.2547
หมายเหตุ : วิธีการคำนวณ ดูหัวข้อย่อยที่ 2.วิธีการประเมินโอกาสและข้อจำกัดของหน่วยธุรกิจ
 
                                                                                                                                                     [ด้านบน]
 
                         Copyright © 2004 AP.Nongnuch A. All rights reserved

 

 

การจัดการธุรกิจการเกษตร
คำอธิบายเนื้อหาวิชา
บทที่ 1  ระบบธุรกิจการเกษตรของ   
  ประเทศไทยและความสัมพันธ์
  ของฝ่ายสนับสนุนที่เกี่ยวข้อง
บทที่ 2  สภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง
  กับงานธุรกิจการเกษตรและการวิ
  เคราะห์
1. สภาพแวดล้อมของหน่วยธุรกิจเกษตร
2. การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมของหน่วยธุรกิจเกษตร : สภาพแวดล้อมภายนอก
3. การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมของหน่วยธุรกิจเกษตร : สภาพแวดล้อมภายใน
 คำถามประเมินผลหลังการเรียน
บทที่ 3 การกำหนดแผนกลยุทธ์ ของ
  หน่วยธุรกิจเกษตร
บทที่ 4 การศึกษาความเป็นไปได้ใน
  การจัดตั้งหน่วยธุรกิจเกษตร
บทที่ 5 การศึกษาความเป็นไปได้ใน
  การจัดการหน่วยธุรกิจเกษตร
บทที่ 6 การวิเคราะห์ความเป็นไปได้
  ของโครงการทางการเงินและ
  ความอ่อนไหวของโครงการ
บทที่ 7 การประเมินผลหน่วยธุรกิจ
  เกษตร
 
Download
เอกสารอ่านประกอบ